คต. จัดสัมมนา “โอกาสการค้าและการลงทุนไทยในประเทศเพื่อนบ้าน”

06 มกราคม 2555 | ผู้ชม 65 ครั้ง

คต. จัดสัมมนา โอกาสการค้าและการลงทุนไทยในประเทศเพื่อนบ้าน

  นางสาวผ่องพรรณ  เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนเกิดความตื่นตัวเห็นความสำคัญและเตรียมพร้อมสำหรับตลาดประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น กรมการค้าต่างประเทศจึงกำหนดจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “โอกาสการค้าและการลงทุนไทยในประเทศเพื่อนบ้าน” ในวันพุธที่  25  มกราคม  2555 ณ ห้องเมจิก 3 โรงแรม มิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ ผู้สนใจเข้าร่วม...ฟรี!

ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันดีว่าแหล่งที่มาของรายได้ประชาชาติของประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากภาคการค้าและบริการโดยเฉพาะ “การส่งออก” จัดได้ว่าเป็นแหล่งรายได้อันดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี พรมแดนการค้าของโลกไม่เคยหยุดนิ่ง ประกอบกับวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้นส่งผลให้ประเทศเศรษฐกิจหลักต่างได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและดูเหมือนว่าปัญหาต่าง ๆ จะยังไม่ยุติในระยะเวลาอันใกล้ ทำให้การค้าและเส้นทางการค้าที่สำคัญที่เคยปรากฏขึ้นจากเวทีการค้ากับประเทศมหาอำนาจในระดับโลก เช่น สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย กำลังเปลี่ยนแปลงไป ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าตลาดอาเซียนกำลังก้าวเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของโลกตัวใหม่ ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้าสู่อาเซียนไม่ว่าจะเป็น การค้า การลงทุน รวมถึงเงินทุน กำลังผลักดันทิศทางเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ยุคสมัยแห่งอาเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งไทยต้องใช้ประโยชน์จากยุคสมัยแห่งอาเซียนให้เต็มประสิทธิภาพด้วยการแสวงหาโอกาสทางการค้าที่ปรากฏขึ้นตามพรมแดนของประเทศ

การค้าชายแดนก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งต่ำและเป็นแหล่งระบายสินค้าของไทยจากจังหวัดต่าง ๆ ตลอดจนเป็นช่องทางในการหาวัตถุดิบเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าในประเทศ ซึ่งปัจจุบันการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการค้ารวมในปี 2554 (ม.ค.-พ.ย.) 819,540 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.05 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาด้วยยอดการส่งออกมูลค่า 532,439 ล้านบาท และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ในปี 2555 ประเทศอาเซียนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยโดยตั้งแต่วันที่ 1  มกราคม  2553 ภาษีนำเข้าในประเทศอาเซียนได้ลดลงเหลือ 0 โดยเฉพาะสินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องสำอาง เครื่องหอม  เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและปรับกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันตลอดเวลาเพื่อรองรับการแข่งขันทางการค้าที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้นด้วย

การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการค้าการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการ สนับสนุนผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าไปทำธุรกิจในกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (สหภาพพม่า สปป.ลาว เวียดนาม กัมพูชา และจีนตอนใต้) และส่งเสริมโอกาสการขยายตัวทางการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ของไทยในกลุ่มประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบข้อมูลและแนวคิด  ใหม่ ๆ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ e-mail :tpisdft@moc.go.th ภายในวันศุกร์ที่ 20 มกราคม 2555 ..........ด่วน! รับจำนวนจำกัด

******************************

6  มกราคม  2555

แบ่งปัน

Facebook Twitter