ฝรั่งเศสห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารทุกประเภท
09 มกราคม 2555 | ผู้ชม 397 ครั้ง
ฝรั่งเศสห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารทุกประเภท
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (EU)ได้ออกระเบียบ Directive 2011/8/EU ลงวันที่ 28 มกราคม 2554 แก้ไขระเบียบ Directive 2002/72/EC กำหนดการห้ามใช้สาร Bisphenol A (BPA)[1]/ ในการผลิตขวดนมสำหรับเด็ก และห้ามวางจำหน่ายหรือนำเข้าขวดนมที่มีสารดังกล่าวใน EU โดยประเทศสมาชิกEU บางประเทศได้ออกมาตรการที่เข้มงวดกว่ากฎระเบียบกลางของ EU เช่นเดนมาร์กห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 3 ปี สวีเดนอยู่ระหว่างพิจารณายกเลิกใช้สาร BPA ภาชนะบรรจุอาหารอย่างถาวร เป็นต้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2554 สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสมีมติผ่านร่างพระราชบัญญัติห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารทุกประเภท นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป และระหว่างการปรับใช้กฎหมายดังกล่าว วัสดุสัมผัสอาหารทุกประเภทที่วางจำหน่ายในตลาดที่มีสาร BPA จะต้องติดฉลากเตือนห้ามสตรีมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีนำไปใช้
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันหลายประเทศมีความกังวลในอันตรายของสาร BPA จึงได้ออกกฎหมายห้ามใช้สาร BPA ในภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะสำหรับเด็กและทารก เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน มาเลเซีย และแอฟริกาใต้ ฯลฯ ทั้งนี้ ไทยส่งออกบรรจุภัณฑ์พลาสติกไป EU มูลค่าเฉลี่ย 3,167 ล้านบาทต่อปี (2551 – 2553) ปี 2554 (ม.ค. – ต.ค.) ส่งออกมูลค่า 2,252 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยส่งออกไปฝรั่งเศสมูลค่าเฉลี่ย 267 ล้านบาทต่อปี (2551 – 2553) ปี 2554 (ม.ค. – ต.ค.) ส่งออกมูลค่า 235 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 21 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตและส่งออกบรรจุภัณฑ์พลาสติกควรระมัดระวังไม่ให้มีสาร BPA ในบรรจุภัณฑ์ก่อนส่งออกไปฝรั่งเศส
***********************
ที่มา : http://www.foodproductiondaily.com
[1]/ สาร Bisphenol A (BPA) เป็นโมเลกุลอินทรีย์ที่ใช้ในการผลิตพลาสติกประเภทโพลีคาร์บอเนตที่ใช้ผลิตวัสดุพลาสติก เช่น ขวดน้ำ ขวดนมเด็ก และ CDs ฯลฯ สามารถซึมออกมาจากภาชนะพลาสติกสู่อาหารที่บรรจุ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อระบบประสาท รวมทั้งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ และเบาหวาน