นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2554 หน่วยงานจัดการสารเคมีสหภาพยุโรป (ECHA) ได้ประกาศรายชื่อสารเคมีที่ต้องระวัง (SVHCs) เพิ่มอีก 20 รายการ โดย 19 รายการอยู่ในกลุ่มสารก่อมะเร็ง และ/หรือเป็นสารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ (Carcinogenic and /or Toxic to Reproduction) นอกจากนี้ ยังได้จัดสาร 4-ter-octyle phenol ให้อยู่ในกลุ่ม SVHCs เนื่องจากมีผลในการทำลายต่อมไร้ท่อและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ทั้งนี้ หากมีการใช้สารเคมีฯ ดังกล่าวในส่วนผสม หรือผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติ ดังนี้
1. ผู้จำหน่ายสินค้าใน EU และ EEA (นอร์เวย์ ลิกเตนสไตน์ และไอซ์แลนด์) ที่มีสารเคมีใน Candidate List ปริมาณเกินกว่าร้อยละ 0.1 (w/w) ต้องแจ้งข้อมูลให้ผู้บริโภคทราบ หรือสามารถชี้แจงข้อมูลเมื่อถูกเรียกตรวจสอบ และต้องระบุชื่อของสารเคมีให้ผู้บริโภคทราบด้วย นับจากวันที่มีการปรับรายชื่อสารเคมี
2. ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีใน Candidate List ปริมาณเกิน 1 ตัน/ปี หรือมีความเข้มข้นของสารเคมีในสินค้าเกินร้อยละ0.1 (w/w) ต้องรายงานให้ ECHA ทราบ หาก
2.1) ผู้ประกอบการที่ใช้สารเคมีใน Candidate List ก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2553 ต้องแจ้งข้อมูลให้ ECHA ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2554
2.2) ผู้ประกอบการที่ใช้สารเคมีใน Candidate List ภายหลังวันที่ 1 ธันวาคม 2553 ต้องแจ้งข้อมูลให้ ECHA ทราบภายใน 6 เดือนภายหลังจากที่มีการปรับรายชื่อสารเคมีใน Candidate List
3. ผู้ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องรายงานปริมาณการใช้สารเคมีฯ คือ
3.1) ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสินค้า ที่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของสารฯ ดังกล่าวไปยังมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมระหว่างการใช้งาน และการกำจัดได้ โดยต้องมีการแนะนำวิธีการใช้งานแก่ผู้ใช้สินค้า
3.2) ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าสินค้าที่ทำการจดทะเบียนสารเคมีฯ พร้อมระบุการใช้งานเรียบร้อยแล้ว
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการที่สนใจสามารถตรวจสอบรายชื่อสารเคมีเหตุผลที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม SVHCs รวมทั้งการใช้งานของสารดังกล่าว ได้ที่เว็บไซต์ http://echa.europa.eu/web/guest/ candidate-list-table และ http://echa.europa.eu/candidate-list-obligations
********************************
16 มกราคม 2555