น้ำตาลไทยผงาดขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในตลาดญี่ปุ่นแซงหน้าออสเตรเลีย
30 มกราคม 2555 | ผู้ชม 87 ครั้ง
น้ำตาลไทยผงาดขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในตลาดญี่ปุ่นแซงหน้าออสเตรเลีย
“น้ำตาลทรายจากไทยครองส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นสูงกว่าร้อยละ 79 นำหน้าออสเตรเลียขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในปี 2554 คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 14,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 104.88”
นางปราณี ศิริพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น ตลอดปี 2554 มีมูลค่า1,860,139.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 0.16 แบ่งเป็นสินค้าส่งออก มูลค่า 670,699 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 3.95 โดยสินค้าส่งออกที่มีอัตราการขยายตัวสูงมากได้แก่ น้ำตาลทราย ร้อยละ 104.88 เม็ดพลาสติก ร้อยละ 65.76 และยางพารา ร้อยละ 41.56 ในขณะที่สินค้านำเข้ามีมูลค่า 1,189,440.83 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 1.82 ซึ่งสินค้านำเข้าที่มีอัตราการขยายตัวมากได้แก่ สินค้ากลุ่มอัญมณีและทองคำ ร้อยละ 140.34 สินค้ากลุ่มกระจก แก้ว และผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 9.40 และสินค้ากลุ่มไดโอด ทรานซิสเตอร์และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ร้อยละ 9 ทำให้ไทย ขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นคิดเป็นมูลค่า 518,741.83 ล้านบาท ลดลงร้อยละ8.4 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2554 ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าสินค้าที่ไทยนำเข้าจากญี่ปุ่นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้าและกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน มีมูลค่าการนำเข้าลดลงร้อยละ 21.04 และ 14.44 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าของไทยไปญี่ปุ่นสำหรับกลุ่มสินค้าดังกล่าวเช่นเดียวกัน
จากผลของการส่งออกสินค้าไทยไปญี่ปุ่นดังกล่าว ทำให้ในปี 2554 สินค้าน้ำตาลทรายจากไทยครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 79.63 ของการนำเข้าน้ำตาลทั้งหมดของญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่ารวม 14,980.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ร้อยละ 104.88 สูงกว่าสินค้าน้ำตาลของออสเตรเลียที่มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 10.87ลดลงจากปี 2553 ที่มีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 42.42
รองอธิบดีฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีที่ญี่ปุ่นจะออกกฎระเบียบใหม่ในปี 2555 ซึ่งกำหนดพื้นที่ห้ามเพาะปลูกข้าวหากมีปริมาณการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซี่ยมมากกว่า 100 becquerels (จากเดิม 500 becquerels) เนื่องจากมีความกังวลด้านความปลอดภัยในอาหารซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวของญี่ปุ่นลดลง น่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยซึ่งเป็นข้าวที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงโดยมีแนวโน้มว่าจะสามารถเจาะตลาดผู้บริโภคข้าวในญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น
***************************
30 มกราคม 2555