คต. แจงการใช้พิกัดฯ ปี 2012 ขอ Form FTA ต้องรอผลเจรจากับประเทศภาคีความตกลงก่อน

16 กุมภาพันธ์ 2555 | ผู้ชม 168 ครั้ง

คต. แจงการใช้พิกัดฯ  ปี 2012 ขอ Form FTA  ต้องรอผลเจรจากับประเทศภาคีความตกลงก่อน

นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ  รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1  มกราคม  2555 องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization : WCO) กำหนดให้มีการเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรจากพิกัดฯ  ปี 2007   เป็นปี  2012  เพื่อใช้สำหรับการนำเข้าสินค้าโดยเสียภาษีทั่วไป ส่วนสินค้าที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA ในการนำเข้าและส่งออกจะต้องรอผลการเจรจากับประเทศคู่ภาคีความตกลงเพื่อให้การยอมรับการเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรร่วมกันก่อน

ในความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) แต่ละความตกลง ได้กำหนดเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ที่ประเทศคู่ภาคี FTA ผูกพันไว้และถือปฏิบัติ  ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน  คือ ระบบพิกัดอัตราศุลกากร อัตราภาษี FTA  และกฎถิ่นกำเนิดสินค้า  ในกรอบความตกลง FTA ของไทยที่มีผลบังคับใช้ในขณะนี้มีจำนวน 11 กรอบความตกลงฯ ซึ่งได้กำหนดพิกัดอัตราศุลกากรไว้ทั้งระบบ ปี 2002 และปี 2007  โดยผู้ที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ภายใต้ความตกลงฯ ทั้ง 11 กรอบ ดังกล่าว  จะต้องขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า เพื่อรับรองถิ่นกำเนิดของสินค้าที่ผลิตได้ ดังนั้น ในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของกรมการค้าต่างประเทศ จึงต้องยึดข้อผูกพันที่กำหนดไว้ในแต่ละกรอบความตกลงฯ (ใช้พิกัดฯ ปี 2002 และปี 2007) สำหรับการปรับเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากร ภายใต้ความตกลง FTA ต่างๆ ให้เป็นปี 2012  จะต้องมีการเจรจา ตกลงกับประเทศภาคีความตกลง เพื่อให้มีการยอมรับการปรับเปลี่ยนพิกัดอัตราศุลกากรร่วมกันก่อน เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพิกัดฯ เป็น ปี 2012 จะทำให้สินค้าบางรายการที่มีการปรับเปลี่ยนจากพิกัดฯ เดิม  เป็นพิกัดฯ ใหม่ และอาจส่งผลให้กฎถิ่นกำเนิดสินค้าต้องเปลี่ยนไปด้วย ซึ่งในเบื้องต้นการปรับเปลี่ยนพิกัดฯ จากปี 2007 เป็นปี 2012  ดังกล่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อสินค้า 200 รายการ ซึ่งจะต้องมีการเจรจาหารือเพื่อหาข้อสรุปต่อไป

นายสุรศักดิ์ฯ  กล่าวเพิ่มเติมว่า  เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ส่งออกให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ภายใต้ความตกลง FTA ต่างๆ  กรมฯ ได้กำหนดให้ใส่วงเล็บพิกัดฯ ปี 2012 ต่อท้ายเพิ่มเติมจากพิกัดฯ ปี 2002 และปี 2007 ไปก่อน เพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาของศุลกากรประเทศปลายทาง จนกว่าจะมีการเห็นชอบอย่างเป็นทางการกับประเทศภาคีความตกลงฯ ต่อไป

กรมการค้าต่างประเทศในฐานะเป็นหน่วยงานหลักในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และกำกับดูแลการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากร  ภายใต้ความตกลง FTA  ได้ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับระเบียบและสิทธิประโยชน์ฯ ภายใต้ความตกลงฯ ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง  เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากความตกลง FTA  ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 0-2547-4855  หรือ DFTCenter   โทร. 1385   และทางเว็บไซด์  www.dft.go.th.

************************

16  กุมภาพันธ์  2555

 

แบ่งปัน

Facebook Twitter