นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่ผู้บริโภคในประเทศสมาชิกหลายประเทศของสหภาพยุโรป (EU)เช่นฝรั่งเศส ฟินแลนด์ โปแลนด์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร มีอาการคันผิวหนัง ระคายเคือง ผิวแดงไหม้ และบางรายเกิดอาการหายใจติดขัด เนื่องจากสัมผัสถูกสาร Dimethylfumarate (DMF : CAS 624-49-7) ซึ่งเป็นสารที่บรรจุในถุงขนาดเล็ก อยู่ในสินค้าเฟอร์นิเจอร์หรือรองเท้าหนัง เพื่อฆ่าเชื้อราที่จะทำลายสินค้าในช่วงการขนส่งและการเก็บรักษาในที่มีอากาศชื้น
จากปัญหาความไม่ปลอดภัยดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2552 เป็นต้นมา คณะกรรมาธิการยุโรปด้านสุขภาพและผู้บริโภค จึงได้ออกข้อกำหนด Commission Decision 2009/251/EU ห้ามวางจำหน่ายสินค้าอุปโภคที่มีสาร DMF เป็นการชั่วคราว โดยให้ขยายระยะเวลาได้ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปได้ขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2555
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกข้อกำหนด Commission Decision 2012/48/EU ขยายระยะเวลาห้ามวางจำหน่ายสินค้าอุปโภคที่มีสาร DMF จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2556 หรือจนกว่า Regulation EC 1907/2006 ภาคผนวก 17 ซึ่งเป็นระเบียบห้ามใช้สาร DMF เป็นการถาวร จะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ดี EU กำหนดปริมาณสาร DMF ให้มีในส่วนประกอบสินค้าได้ไม่เกิน 0.1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าไทยส่งออกสินค้าหนังและผลิตภัณฑ์หนังฟอกและหนังอัดไป EU โดยเฉลี่ย (2551-2553) มูลค่า 1,512 ล้านบาท /ปี และในปี2554 (ม.ค.-ธ.ค.) ส่งออกมูลค่า 1,454 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2553 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์
http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:026:0035:0035:EN:PDF
****************************
ที่มา : Bureau Veritas, January 2012, Bulletin 12NB-005
16 กุมภาพันธ์ 2555