อียูปรับปรุงระเบียบ WEEE

17 กุมภาพันธ์ 2555 | ผู้ชม 145 ครั้ง

อียูปรับปรุงระเบียบ WEEE 

  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2546 เป็นต้นมา สหภาพยุโรป (EU) ได้บังคับใช้ระเบียบ Directive 2002/96/EC ว่าด้วยการกำจัดเศษซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (Waste Electrical and Electronic Equipment: WEEE) โดยกำหนดให้นำชิ้นส่วนจากซากผลิตภัณฑ์ฯ มาใช้ใหม่ (reuse, recycle and recovery) ให้มากที่สุด กำหนดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการเศษเหลือทิ้ง การจัดตั้งระบบการเก็บรวบรวมเศษเหลือทิ้ง  EU ได้ปรับปรุงระเบียบดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555 รัฐสภายุโรปมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอให้ปรับปรุงระเบียบ WEEE อย่างไรก็ดี ระเบียบดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากคณะมนตรียุโรปก่อน และจะมีผลบังคับใช้หลังจากที่คณะกรรมาธิการฯ ตีพิมพ์ใน Official Journal ของ EU สาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้

1. ประเทศสมาชิกจะต้องจัดเก็บรวบรวมเศษซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ร้อยละ 45 ของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดภายในปี พ.ศ. 2559 และต้องรวบรวมให้ได้ร้อยละ 65 ภายในปี พ.ศ. 2562 หรือเพิ่มระดับการจัดเก็บเศษซากให้ได้ร้อยละ 85 ซึ่งประเทศสมาชิกบางประเทศสามารถลดจากเป้าหมายนี้ได้ หากพิสูจน์ได้ว่าขาดโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นหรือมีการใช้ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในระดับต่ำ

2.   กำหนดให้ผู้ส่งออกต้องทดสอบและจัดเตรียมเอกสารประกอบการขนส่ง หากพบว่าการขนส่งนั้น  มีความเสี่ยงว่าจะเป็นเศษซาก

3. ปรับปรุงระบบการจดทะเบียนในประเทศและการรายงาน ทั้งนี้ การจดทะเบียนเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ของประเทศสมาชิก EU จะต้องมีการรวบรวมอย่างใกล้ชิด และคณะกรรมาธิการฯ จะประยุกต์รูปแบบการให้ข้อมูลที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการลงได้ประมาณ        66 ล้านยูโรต่อปี

นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระเบียบ WEEE ที่ปรับปรุงใหม่นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทของไทยที่ตั้งใน EU และนำเข้าสินค้าจากไทย ทั้งนี้ ไทยส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไป EU มูลค่าเฉลี่ย 226,532 ล้านบาทต่อปี (2552-2554) ปี 2554 ส่งออก 222,009 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8 เมื่อเทียบกับปี 2553ดังนั้น ผู้ผลิตไทยต้องออกแบบและผลิตสินค้าดังกล่าวให้ง่ายต่อการถอดแยก (dismantle) และสะดวก ต่อการนำกลับมาใช้ประโยชน์ (recovery) ใช้ซ้ำ (reuse) และการนำกลับมาใช้อีก (recycle) รวมทั้ง ให้มีเศษซาก เหลือน้อยที่สุดเพื่อสามารถแข่งขันกับผู้ผลิตรายอื่นที่ส่งสินค้าเข้า EU ได้ 

****************************

 

ที่มา :  สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลล์  

 

17  กุมภาพันธ์  2555


แบ่งปัน

Facebook Twitter