พณ.ออกหลักเกณฑ์การขอหนังสือรับรองการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตา WTO สำหรับสินค้ากาแฟและเมล็ดกาแฟ

14 มีนาคม 2555 | ผู้ชม 715 ครั้ง

พณ.ออกหลักเกณฑ์การขอหนังสือรับรองการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตา WTO สำหรับสินค้ากาแฟและเมล็ดกาแฟ

  กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ออกระเบียบการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตา WTO สำหรับสินค้าผลิตภัณฑ์กาแฟและเมล็ดกาแฟปี ๒๕๕๕ - ๒๕๕๗ โดยจัดสรรปริมาณรวมสำหรับผลิตภัณฑ์กาแฟไม่เกินปีละ ๑๓๔ เมตริกตัน และเมล็ดกาแฟไม่เกินปีละ ๕.๒๕ เมตริกตัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา

นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรและประกาศการแก้ไขพิกัดอัตราศุลกากรของสินค้าที่มีมาตรการนำเข้าประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีและมติคณะกรรมการนโยบายและแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จึงได้ออกระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข    ในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าผลิตภัณฑ์กาแฟ และเมล็ดกาแฟ ปี ๒๕๕๕ ถึงปี ๒๕๕๗ พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟตามพิกัดอัตราศุลกากรขาเข้า ประเภทย่อย ๒๑๐๑.๑๑.๑๐ ๒๑๐๑.๑๑.๙๐ และ ๒๑๐๑.๑๒.๐๐ และเมล็ดกาแฟตามพิกัดอัตรศุลกากรขาเข้า ประเภทย่อย ๐๙๐๑.๑๑.๑๐ ๐๙๐๑.๑๑.๙๐ ๐๙๐๑.๑๒.๑๐ ๐๙๐๑.๑๒.๙๐ ๐๙๐๑.๒๑.๑๐ ๐๙๐๑.๒๑.๒๐ ๐๙๐๑.๒๒.๑๐ ๐๙๐๑.๒๒.๒๐ ๐๙๐๑.๙๐.๑๐ และ ๐๙๐๑.๙๐.๒๐ ซึ่งผลิตภัณฑ์กาแฟและเมล็ดกาแฟที่จะออกหนังสือรับรองต้องมีถิ่นกำเนิดและส่งมาจากประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) หรือภาคีแกตต์ ๑๙๔๗ และสปป.ลาว

สำหรับผู้ที่มีสิทธิขอหนังสือรับรองจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการจัดสรรปริมาณการนำเข้า ซึ่งต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น และยื่นคำขอการจัดสรรปริมาณการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมเอกสารหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลอายุไม่เกิน ๖ เดือนนับถึงวันยื่น โดยการขอรับจัดสรรปี ๒๕๕๕ ให้ยื่นคำขอภายใน ๑๕ วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษา ส่วนการขอรับจัดสรรปี ๒๕๕๖ และปี ๒๕๕๗ ผลิตภัณฑ์กาแฟให้ยื่นภายใน ๑๕ วันทำการนับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ของปีที่จะจัดสรร และเมล็ดกาแฟให้ยื่นภายใน ๑๕ วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ของปีก่อนหน้าปีที่จะจัดสรร เมื่อได้รับการจัดสรรตามกำหนดแล้ว ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองต้องยื่นคำร้องพร้อมหลักฐาน คือ สำเนาใบกำกับภาษี (Invoice), สำเนาใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Bill of Lading : B/L) หรือสำเนาใบรับขนสินค้าทางอากาศ (Air Waybill), และสำเนาหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Certificate of Origin : C/O) โดยหนังสือรับรองมีอายุ ๑ เดือนนับแต่วันออก แต่ไม่เกิน ๓๑ ธันวาคม ของปีที่ออกหนังสือรับรอง และให้ผู้ที่ได้รับหนังสือรับรองรายงานการนำเข้าต่อกรมการค้าต่างประเทศ พร้อมสำเนาใบขนสินค้าขาเข้าที่ศุลกากรสลักรายการถูกต้องภายใน ๑ เดือนนับแต่วันที่นำสินค้าเข้าแต่ละครั้ง หากไม่รายงานภายในกำหนดจะระงับการออกหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าในครั้งต่อ ๆ ไป จนกว่าจะได้มีการส่งรายงานที่ถูกต้อง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385 หรือทางเว็บไซต์ www.dft.go.th

***************************

๑๔  มีนาคม  ๒๕๕๕


แบ่งปัน

Facebook Twitter