คต. กอดคอนักธุรกิจไทยบุกสำรวจโอกาสตลาดเมียนมาร์
12 เมษายน 2555 | ผู้ชม 101 ครั้ง
คต. กอดคอนักธุรกิจไทยบุกสำรวจโอกาสตลาดเมียนมาร์
กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนการค้าการลงทุนเดินทางบุกตลาดประเทศเมียนมาร์ ระหว่างวันที่ 26-30 มีนาคม 2555 โดยเดินทางไปพบปะเจรจาการค้าการลงทุน (Business Matching) กับผู้ประกอบการเมียนมาร์ ณ กรุงย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์ สามารถเจรจาตกลงซื้อขายทันทีมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการตกลงซื้อขายในอนาคต ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจและมีการซื้อขายทันที ได้แก่ สินค้าอาหาร (ขนมขบเคี้ยว ซีเรียล คุกกี้) และวัสดุก่อสร้าง (หน้าต่างอลูมิเนียมและอุปกรณ์)
นางปราณี ศิริพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การเปิดประตูรับทุนต่างชาติของสหภาพเมียนมาร์หรือ "พม่า"กำลังได้รับความสนใจจากนานาชาติ เพราะหากเทียบกับหลายประเทศในแถบอาเซียนแล้วถือว่า เมียนมาร์ยังใหม่และรอการบุกเบิก อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติทั้งป่าไม้ อัญมณี แหล่งพลังงานพร้อมสรรพ ประกอบกับประชาธิปไตยที่กำลังเบ่งบานจากการเลือกตั้งในเดือนเมษายนนี้ มาตรการคว่ำบาตร ที่นานาชาติมีต่อเมียนมาร์จะเริ่มผ่อนคลาย ขณะเดียวกัน รัฐบาลเมียนมาร์จะทำการปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆขนานใหญ่ โดยว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เป็นที่ปรึกษา จึงทำให้ภาพของ เมียนมาร์ที่เคยเป็นสังคมนิยมเผด็จการทหารเปลี่ยนเป็น "ขุมทอง" ใหม่ที่ใครช้าอาจจะพลาดโอกาสทอง และปัจจุบันจากการที่ประเทศเมียนมาร์ได้มีนโยบายเปิดประเทศมากขึ้นทำให้การจัดงานเจรจาธุรกิจในครั้งนี้ได้รับความสนใจเข้าร่วมงานจากผู้ประกอบการเมียนมาร์ในหลากหลายธุรกิจเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมีการเดินทางมาเยี่ยมชมกิจการของผู้ประกอบการไทยในเวลาต่อมาด้วย นอกจากนั้นปัจจุบันธุรกิจของไทยหลายๆประเภทประสบความสำเร็จในการเข้าไปลงทุนในเมียนมาร์ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจขายตรง ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร เป็นต้น ดังนั้นจึงถือเป็นเส้นทางการตลาดที่สดใสของผู้ประกอบการไทยที่จะใช้โอกาสนี้ ขยายตลาดเพิ่มในประเทศเมียนมาร์ อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการไทยควรต้องคำนึงเสมอว่า การเปิดประเทศของเมียนมาร์ในครั้งนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่ประเทศไทยหรืออาเซียนเท่านั้นที่จะเข้าไปลงทุนทางการค้าได้ ยังหมายรวมไปถึงทุกประเทศทั่วโลกก็สามารถเข้ามาลงทุนได้ ทำให้ประเทศเมียนมาร์ ณ เวลานี้ เป็นจุดสนใจของนักลงทุนหรือผู้ประกอบการนานาประเทศ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงต้องติดตามนโยบายและกฎระเบียบต่างๆรวมทั้งมีการปรับตัวและพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดของตนเองให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ เพื่อจะได้เป็นคู่ค้าระดับโลกที่น่าเชื่อถือกับเมียนมาร์ต่อไป
อนึ่ง มูลค่าการค้าระหว่างไทย-เมียนมาร์ ในปี 2554 มีมูลค่าสูงถึง 6,114 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.12 เมื่อเทียบกับปี 2553 โดยไทยส่งออกไปเมียนมาร์ มีมูลค่ากว่า 2,850 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับปีที่ 2553
****************************************