นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานครบรอบวันสถาปนา 70 ปีกรมการค้าต่างประเทศ ว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมการค้าต่างประเทศ ได้ดำเนินการบริหารจัดการการนำเข้า-ส่งออกสินค้าต่าง ๆ ให้เป็นไปตามกลไกของตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของผู้ประกอบการและประชาชนจากการค้าที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกกีดกันด้วยมาตรการที่ไม่เป็นธรรม ปรับเปลี่ยน ยกเลิก แก้ไข กฎ ระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการค้าในปัจจุบันที่มีเปิดเสรีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น FTA รวมถึงการเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่จะเริ่มใช้ในปี 2558 ดังนี้
ด้านบริหารจัดการสินค้าเกษตร
- สินค้าข้าว ในปี 2554 ยอดการส่งออกข้าวทั้งสิ้น 10.67 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 192,956 ล้านบาท โดยกรมฯ ได้ดำเนินการจัดคณะผู้แทนเดินทางไปเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อส่งเสริมการตลาด รวมทั้งขยายความร่วมมือกับผู้ส่งออกข้าวด้วยกันทั้งเวียดนามและกัมพูชา
- สินค้ามันสำปะหลัง มีการส่งออกมันสำปะหลังจำนวน 6.87 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 79,513 ล้านบาท ซึ่งกรมฯ ได้จัดทำแผนงานด้านการค้าและการตลาด โดยให้ความสำคัญตั้งแต่ต้นน้ำ (เกษตรกร) จนถึงปลายน้ำ (ผู้ส่งออก/ผู้ใช้) ส่งผลให้อุตสาหกรรมมันสำปะหลังเติบโตอย่างยั่งยืน
ด้านอำนวยความสะดวกและพัฒนาระบบการให้บริการ กรมฯ ได้ให้บริการออกหนังสือสำคัญนำเข้า-ส่งออก ในปี 2554 จำนวน 1.06 ล้านฉบับ เพื่อรองรับและตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างทั่วถึง จึงได้พัฒนาระบบอิเล็คทรอนิกส์ (IT) พร้อมกับยกระดับคุณภาพให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล (ISO) และเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมศุลกากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อลดปัญหา อุปสรรค ขั้นตอน และวิธีการต่าง ๆ ให้เกิดความรวดเร็ว สะดวกและประหยัด
ด้านการปกป้องรักษาผลประโยชน์และแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า แก้ไขปัญหาทางการค้าระหว่างประเทศที่ไม่เป็นธรรม โดยใช้มาตรการต่าง ๆ เช่น มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD : Anti-Dumping) มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (CVD : Countervailing Duty) และมาตรการปกป้องการนำเข้า
สินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguards) รวมทั้งการกำกับ ดูแล ป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า (Anti-Circumvention) และกำกับดูแลการส่งออกภายใต้ระบบ Self-Certification
สำหรับการแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้า กรมฯ ได้ประสบความสำเร็จในการเจรจาให้สหภาพยุโรปเปิดตลาดนำเข้าเนื้อไก่สดได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยนำเงินตราเข้าประเทศได้ถึงปีละกว่า 10,000 ล้านบาท รวมทั้งจะได้มีการผลักดันเพื่อให้ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้พิจารณาเปิดตลาดนำเข้าไก่สดด้วยเช่นเดียวกัน
ด้านการส่งเสริมการค้าชายแดนและภูมิภาค ได้ส่งเสริมการค้าชายแดน และการค้าภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคและอนุภูมิภาคกับประเทศเพื่อนบ้านทำให้ในปี 2554 การค้าชายแดนมีมูลค่า 899,783 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 23.15
สำหรับโครงการ Contract Farming เพื่อให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ครม. ได้มีมติเห็นชอบในหลักการที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ในแผนการลงทุนและแนวทางการดำเนินงาน ซึ่งจะได้เร่งดำเนินการต่อไป
นอกจากนี้ ยังได้ส่งเสริมการใช้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น ระบบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) สิทธิพิเศษทางการค้าระหว่างประเทศกำลังพัฒนา (GSTP) ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) และความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศให้สูงขึ้น และจากการเปิดเสรีทางการค้าซึ่งส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการบางกลุ่ม ทำให้จำเป็นต้องได้รับการเยียวยาเพื่อปรับตัวให้สามารถดำเนินการแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยได้รับความช่วยเหลือแล้วหลายสินค้า ยกตัวอย่างเช่น ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทยและกลุ่มอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลจากความตกลงการค้าเสรีกับประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ที่มีพันธกรณีในการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์นมอย่างเสรี กรมฯ ได้ดำเนินกิจกรรมช่วยเหลือด้วยการสร้างความเชื่อมั่นในการบริโภคนมโคสดแท้ 100% โดยสร้างเครื่องหมายรับรองคุณภาพ “โบทอง” และพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมโคสดแท้ 100% ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ไอศกรีมภายใต้เครื่องหมายการค้า “Smile Milk” และยังมีสินค้าที่ได้รับผลกระทบและได้รับความช่วยเหลือแล้ว ได้แก่ ปลาน้ำจืด ส้ม ลิ้นจี่ โคเนื้อ โคนม สับปะรด ยาสมุนไพร เครื่องหนัง เป็นต้น
นายบุญทรง ได้กล่าวเพิ่มเติมต่อไปว่า ในวันนี้ยังได้เป็นสักขีพยานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อเตรียมความให้แก่นักวิชาชีพบัญชีและผู้ประกอบการในการก้าวสู่ AEC ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และสมาคมสำนักงานบัญชีไทย โดยภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวจะจัดให้มีการอบรมหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง และในเบื้องต้น 3 หลักสูตร คือ 1. ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับบทบาทของนักบัญชีไทย 2. เจาะลึกถิ่นกำเนิดสินค้ากับสิทธิการลดหย่อนภาษี และหลักสูตรที่ 3 มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 20 กับหลักเกณฑ์ AD/CVD และ SG เพื่อให้นักบัญชีและผู้ประกอบการเข้าใจถึงการใช้ประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศ ประกอบกับข้อมูลทางบัญชีและการเงิน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดอาเซียน ตลอดจนเป็นแนวทางให้สถาบันการศึกษานำไปปรับใช้กับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชีและเสริมองค์ความรู้ในหลักสูตรการศึกษาวิชาชีพบัญชีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจต่อไป
จากสภาพภูมิประเทศและศักยภาพด้านต่าง ๆ ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางการค้า-การลงทุนของ AEC ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการเชิงรุกโดยใช้ประโยชน์จาก AEC คือ รุกเข้าไปบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นแหล่งอาหารของภูมิภาคและของโลก พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างมูลค่าการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านให้เจริญเติบโตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการส่งเสริมการค้าที่ต้องคำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมและการดูแลสังคม ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ถูกหยิบยกมาใช้ในเวทีโลกมากขึ้น เพราะการค้าระหว่างประเทศไม่เคยหยุดนิ่ง กระทรวงพาณิชย์ขอให้คำมั่นว่า จะทำหน้าที่ปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในเวทีการค้าโลกได้อย่างยั่งยืน” นายบุญทรงกล่าวในท้ายที่สุด
****************************