นายสุรศักดิ์ เรืองเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่รัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุส ได้ลงนามความตกลงเพื่อจัดตั้งสหภาพศุลกากรระหว่างกัน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจในลักษณะตลาดร่วม มีสภาพเป็นเหมือนประเทศเดียวกันหรือตลาดเดียว (Single Market) ไม่มีกำแพงภาษีระหว่างประเทศสมาชิก และเก็บภาษีศุลกากรกับทุกประเทศนอกกลุ่มในอัตราเดียวกัน รวมทั้งกำหนดมาตรการสินค้าอื่นๆ แบบเดียวกัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นมา
ล่าสุดสหภาพศุลกากรรัสเซีย เบรารุส และคาซัคสถาน ได้ออกระเบียบทางเทคนิค (Technical Regulations) เกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของสหภาพยุโรป (Directive 76/768/EEC และ Regulations 1223/2009) เพื่อลดจำนวนเอกสาร/หลักฐานที่ใช้ประกอบการดำเนินพิธีการศุลกากร สาระสำคัญดังนี้
1. กำหนดคำจำกัดความของเครื่องสำอาง บัญชีรายการสารควบคุม รวมถึงคำจำกัดความของ nanomaterials ข้อกำหนด GMP (Good Manufacturing Practice) และกำหนดคำจำกัดความของ “manufacturer” ให้ชัดเจนมากขึ้น
2. การติดฉลากสินค้าต้องระบุวันหมดอายุและข้อความบนฉลากต้องใช้ภาษาของประเทศสมาชิกสหภาพศุลกากรฯ
3. เพื่อลดภาระด้านเอกสาร กำหนดให้เอกสาร Declaration of Conformity หรือ Certificate of Conformity และเอกสารการจดทะเบียนผลิตภัณฑ์เป็น Single document โดย Single document ดังกล่าวบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางประเภท artificial tanning products, skin whitening, tattooing, personal hygiene; protection products against harmful manufacturing factors; cosmetics for children; hair dyes and lightening products; hair perms and relaxers; products containing nano-components, depilatory products; peelings; products for dental and oral hygiene containing fluorine (as of a certain percentage of fluorine) teeth whiteners (as of a certain percentage of hydrogen peroxide)
4. ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองตามระเบียบจะต้องติดเครื่องหมาย EAC Conformity Mark (Eurasian Conformity) (ดังรูป)
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้ในสหภาพศุลกากรรัสเซีย คาซัคสถาน และเบลารุส ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป ผู้ประกอบการไทยที่สนใจลงทุนทำธุรกิจเครื่องสำอางในประเทศใดประเทศหนึ่งของสหภาพศุลกากรฯ จะต้องปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ไทยส่งออกเครื่องสำอางไปทั้ง 3 ประเทศดังกล่าว เฉลี่ยมูลค่า 140 ล้านบาทต่อปี (2552 – 2554) โดยปี 2554 ส่งออกมูลค่า 160 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับปี 2553 สำหรับปี 2555 (ม.ค. – มี.ค.) ส่งออกมูลค่า 54 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 143 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 โดยเป็นการส่งออกไปรัสเซีย เฉลี่ยมูลค่า 137 ล้านบาทต่อปี (2552-2554) คิดเป็นร้อยละ 98 ของการส่งออกไปสหภาพศุลกากรฯ ทั้งหมด
*****************************
ที่มา : www.hktdc.com