นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2555 สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศระเบียบ Regulation (EU) No 259/2012 แก้ไขระเบียบ Regulation (EC) No 648/2004 จำกัดการใช้สารฟอสเฟตและสารประกอบฟอสฟอรัสในผลิตภัณฑ์ซักรีดหรือผงซักฟอก และผลิตภัณฑ์ล้างจาน/ชาม เพื่อลดปริมาณสารฟอสฟอรัสในแหล่งน้ำ สาระสำคัญดังนี้
1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตามระเบียบดังกล่าวครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน ได้แก่ น้ำยาซักรีด (Consumer laundry detergents) ผงซักฟอก และน้ำยาล้างจาน/ชามด้วยเครื่อง (Consumer automatic dishwasher detergents)
2. ห้ามจำหน่ายน้ำยาซักรีด ผงซักฟอก ที่มีส่วนประกอบของสารฟอสฟอรัสในปริมาณที่มากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 กรัม per recommended dose of detergent ที่ใช้ในเครื่องซักผ้ามาตรฐาน
3. ห้ามจำหน่ายน้ำยาล้างจาน/ชามด้วยเครื่องที่มีส่วนประกอบของสารฟอสฟอรัสในปริมาณที่มากกว่าหรือเท่ากับ 0.3 กรัม per standard dosage
4. การติดฉลาก :
4.1 น้ำยาซักรีด : เป็นไปตามภาคผนวก 7 ของ Regulation 648/2004 รวมทั้งต้องระบุรายละเอียดคำแนะนำปริมาณที่ใช้เป็นมิลลิลิตรหรือกรัม พร้อมทั้งระบุปริมาณที่ใช้สำหรับการทำความสะอาดผลิตภัณฑ์สิ่งทอที่เป็น “normally” และ “lightly soiled” fabrics
4.2 น้ำยาล้างจาน/ชามด้วยเครื่อง ต้องระบุรายละเอียดคำแนะนำปริมาณที่ใช้เป็นมิลลิลิตรหรือกรัมหรือ tablets สำหรับการทำความสะอาดชุดภาชนะเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร และควรระบุด้วยว่าใช้สำหรับ soft, medium, และ hard water hardness
5. กำหนดวันบังคับใช้ :
5.1 น้ำยาซักรีด มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2556
5.2 น้ำยาล้างจาน/ชามด้วยเครื่อง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560
6. บทลงโทษ :
ระเบียบดังกล่าวไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้เป็นการเฉพาะ แต่ประเทศสมาชิกอาจกักสินค้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบนี้ หรือกำหนดมาตรการอื่นที่เห็นว่าเหมาะสม เช่น อาจสั่งให้เพิกถอน/เรียกคืน/ยับยั้งการวางจำหน่ายได้ หากพบว่ามีความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคและความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า…/
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า มีแนวโน้มว่าประเทศต่างๆ เริ่มทยอยออกระเบียบจำกัดสารฟอสเฟตในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สหรัฐฯ ซึ่งได้ออกระเบียบ Act No.120 เป็นต้น ในส่วนของ EU ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดโดยเฉลี่ย (2552-2554) มูลค่า 128 ล้านบาท ปี 2555 (ม.ค.-มี.ค.) ส่งออกมูลค่า 25 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดระเบียบดังกล่าวเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ http://eur-lex.europa.eu/lexUriServ/lexUriServ. do?uri=OJ:L:2012:094:0016:0021:EN:PDF