สถานการณ์การค้าไทยกับ AFTA เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติหลังน้ำลด
15 พฤษภาคม 2555 | ผู้ชม 292 ครั้ง
สถานการณ์การค้าไทยกับ AFTA เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติหลังน้ำลด
การค้าไทยกับประเทศภาคีภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area : AFTA) ในไตรมาสแรกของปี 2555 เริ่มฟื้นตัวอยู่ในแดนบวกหลังจากไทยต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปี 2554 กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) ผลักดันผู้ส่งออกใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทั้งส่งออกและนำเข้า พร้อมจัดทำโครงการนำร่องการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า แม้ว่าการค้าโดยรวมระหว่างไทยกับประเทศภาคี AFTA ในไตรมาสที่ 1/2555 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนไม่มากนักเพียงร้อยละ 6.0 แต่เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 4/2554 ซึ่งอยู่ในช่วงวิกฤตของอุทกภัยปรากฎว่าขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15.0 โดยเฉพาะการนำเข้าในเดือน มี.ค. 2555 ที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึงร้อยละ 28.7 โดยเป็นการนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง (น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ) สินค้าทุน (เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ) และวัตถุดิบ (เคมีภัณฑ์ สินแร่โลหะอื่นๆ) เป็นหลัก เพื่อนำมาใช้ในการผลิตสินค้าตามความต้องการของตลาดและคำสั่งซื้อ หลังจากที่โรงงานต้องหยุดการผลิตลงจากปัญหาน้ำท่วมเมื่อไตรมาสก่อน สำหรับการส่งออกไปประเทศภาคี AFTA ในไตรมาส 1/2555 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 1.8 และขยายตัวจากไตรมาสก่อนร้อยละ 9.2 โดยตั้งแต่ ธ.ค. 2554 มีการส่งออกรถยนต์ เคมีภัณฑ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าการผลิตสินค้าดังกล่าวเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ คาดว่าการค้าของไทยกับประเทศภาคี AFTA จะเข้าสู่ภาวะปกติในไตรมาสที่ 3ของปี 2555
รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การค้าของไทยใน AFTA นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีมูลค่าสูงเป็นอันดับหนึ่งของไทย เป็นตลาดส่งออกที่มีผู้บริโภคมากกว่า 600 ล้านคน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจากการที่ AFTA กำลังพัฒนาไปสู่เขตการค้าเสรีอย่างเต็มรูปแบบหรือการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ในปี 2558 จะทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมีความเข้มแข็งและขยายตัวมากยิ่งขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรใช้ประโยชน์จากการเปิดการค้าเสรีดังกล่าว โดยเฉพาะการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรทั้งในด้านการส่งออกและการนำเข้าเพื่อสร้างขีดความสามารถและความได้เปรียบทางการค้า นอกจากนี้ ตามความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA ได้มีโครงการนำร่องเรื่องการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง หรือ Self - Certification เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและลดขั้นตอนการส่งออกในการทำการค้าในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งขณะนี้มี 4 ประเทศที่ดำเนินการนำร่องไปแล้ว ได้แก่ บรูไน มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดย
อาเซียนมีเป้าประสงค์ที่จะใช้ระบบนี้อย่างสมบูรณ์ในปี 2558 ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบรายละเอียด/สอบถามข้อมูลการขอใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อประกอบการใช้สิทธิพิเศษฯ และการลงทะเบียนรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองได้ที่ website : www.dft.go.th หรือสายด่วน 1385 กรมการค้าต่างประเทศ
******************************