ผู้ซื้อกลุ่มตลาดใหม่สนใจ "มัน" ไทย

05 มิถุนายน 2555 | ผู้ชม 70 ครั้ง

ผู้ซื้อกลุ่มตลาดใหม่สนใจ "มัน" ไทย

  กรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เดินหน้ากระตุ้นการส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยในงาน THAIFEX - World of Food Asia 2012 กลุ่มตลาดใหม่สนใจนำเข้าเร่งจับคู่ซื้อขาย

นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า
กรมฯ ได้เข้าร่วมจัดคูหาแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ในงาน
THAIFEX-World.of.Food 
Asia 2012 ระหว่างวันที่ 23-27 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ(International.Trade.Fair) เพื่อประชาสัมพันธ์ คุณภาพ มาตรฐาน และคุณประโยชน์ของการใช้ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร อาทิ ผงชูรส สารให้ความหวาน ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป รวมทั้งการทำ Packaging จากมันสำปะหลัง ซึ่งในงานดังกล่าวมีผู้นำเข้าและผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมอาหารจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเข้าร่วมจัดคูหาแสดงในงานจำนวนมากกว่า 2,700 คูหา โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานหลัก ๆ ประกอบด้วยผู้นำเข้า ผู้ส่งออก นักลงทุน และประชาชนทั่วไป ที่มาจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจำนวนมากกว่า 50,000 ราย  

การเข้าร่วมแสดงสินค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง และมั่นใจว่าจะทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทยโดยรวมขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติจำนวนมากกว่า 1,000 ราย ได้เข้ามาเยี่ยมชมบูทและสอบถามข้อมูล โดยส่วนใหญ่มาจากประเทศคู่ค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ซึ่งแสดงความสนใจที่จะนำเข้าแป้งมันสำปะหลังจากไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งสนใจที่จะร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการชาวไทยอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมงานที่มาจากประเทศในกลุ่มตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ สนใจที่จะนำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากไทย เช่น อินเดีย รัสเซีย และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น ทั้งนี้กรมได้แจ้งข้อมูลและรายชื่อผู้ซื้อต่างประเทศกลุ่มดังกล่าว ให้กับทางสมาคมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามันสำปะหลังของไทย ผ่านไปยังสมาชิกเพื่อจะได้ติดต่อและเจรจาซื้อขายกันต่อไป

ในปี 2554 ประเทศไทยส่งออกแป้งมันสำปะหลังปริมาณรวม 2.69 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 47,000 ล้านบาท มีตลาดส่งออกที่สำคัญคือจีนร้อยละ 23 ญี่ปุ่นและอินโดนีเซียร้อยละ17 ไต้หวันร้อยละ 10

*****************************

แบ่งปัน

Facebook Twitter