ปี 2555 ประเทศคู่ค้าใช้มาตรการทางการค้าเข้ม

20 มิถุนายน 2555 | ผู้ชม 919 ครั้ง

ปี 2555 ประเทศคู่ค้าใช้มาตรการทางการค้าเข้ม

 นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปในกลุ่ม ยูโรโซนประสบปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะและการขาดดุลภาครัฐตั้งแต่ปลายปี 2552 ส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมทั้งการส่งออกของประเทศอื่น ๆ โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2555  การส่งออกของประเทศไทยโดยภาพรวมหดตัวลงร้อยละ 3.9  ขณะเดียวกันประเทศคู่ค้าของไทยก็ยังคงนำมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีหลากหลายรูปแบบมาใช้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อลดปัญหาขาดดุลการค้าและป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพเข้าประเทศ สรุปได้ดังนี้

สหรัฐฯ บังคับใช้ฉลากผลิตภัณฑ์หลอดไฟฟ้า ควบคุมการใช้สารฟอสเฟตในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น น้ำยาซักรีดเสื้อผ้า น้ำยาล้างจาน และน้ำยาทำความสะอาดโลหะ รัฐแมรีแลนด์ออกระเบียบจำกัดสารตะกั่วในผลิตภัณฑ์ท่อประปา เม็กซิโกเสนอร่างกฎหมายจำกัดการจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังผสมคาเฟอีน ออระเบียบติดฉลากประหยัดพลังงานสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า อาร์เจนตินากำหนดให้ต้องทดสอบระดับสารตะกั่วในหมึก น้ำมันเคลือบเงา และน้ำมันขัดเงาที่ใช้ในวัสดุสิ่งพิมพ์ เช่น ฉลากบรรจุภัณฑ์และสิ่งพิมพ์ที่สอดแทรกอยู่ในบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น โดยต้องผ่านการทดสอบจากห้องปฏิบัติการที่มีเพียงแห่งเดียวในอาร์เจนตินา และออกข้อกำหนดห้ามใช้สารเคมีที่ผสมในพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนตในการผลิตขวดนมเด็ก เนื่องจากเป็นสารก่อมะเร็ง บราซิลกำหนดระเบียบการจดทะเบียนฉลากสินค้าอาหารที่มีแหล่งกำเนิดจากสัตว์  โดยหน่วยงานด้านสุขภาพและสัตวแพทย์ของประเทศผู้ส่งออกต้องรับรองข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการ เช่น ส่วนผสมและ สารปรุงแต่ง เป็นต้น การกำหนดให้รัฐบาลของประเทศผู้ส่งออกแจ้งข้อมูลบัญชีรายชื่อสถานที่ผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ สุรากลั่น และเครื่องดื่มมอลต์ รวมทั้งแจ้งบัญชีรายชื่อห้องปฏิบัติการทดสอบสินค้าดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าเป็นไปตามมาตรฐานนำเข้าของบราซิล ชิลีและโคลัมเบียออกระเบียบ Emission Standard กำหนดระดับการปล่อยมลพิษสำหรับรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ที่ใช้น้ำมันดีเซล โดยโคลัมเบีย กำหนดให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน Euro IV Emissions Standard ด้วย และกลุ่มสหภาพศุลกากรอเมริกากลาง (Central American Customs Union: CACU) ซึ่งประกอบด้วยประเทศกัวเตมาลา ฮอนดูรัส       เอลซัลาวาดอร์ นิการากัว และคอสตาริกา กำหนดให้ผู้ส่งออกสินค้าอาหารแปรรูปต้องมีหนังสือรับรองการจำหน่าย (Certificate of Free Sale) ประกอบการนำเข้าใน CACU

สหภาพยุโรปออกระเบียบเกี่ยวกับอาหาร กำหนดให้ผู้ประกอบการหรือผู้ผลิต/ ผู้บรรจุหีบห่อ/ ผู้จัดจำหน่ายรายแรกใน EU ต้องใช้อักษร L” นำหน้าข้อมูลล็อตการผลิต เพื่อใช้ประโยชน์ในกรณีที่เกิดเป็นคดีพิพาทหรืออาหารเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค ออกข้อกำหนดให้การนำเข้าสิ่งทอจากประเทศที่สามต้องระบุ CN code เพื่อจำแนกประเภทสิ่งทอ ออกระเบียบจำกัดสารฟอสเฟตในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด นอกจากนี้ สวีเดนออกข้อกำหนดห้ามใช้สารเคมีที่ผสมในพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนตในบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี รัสเซียแก้ไขกฎหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่กำหนดให้การผลิตเบียร์จะใช้เมล็ดพันธุ์มอลต์ได้ไม่เกินร้อยละ 20 

ในภูมิภาคเอเชียก็ใช้มาตรการทางการค้า.../

ในภูมิภาคเอเชียก็ใช้มาตรการทางการค้าเข้มเช่นกัน โดยจีนออกมาตรการตรวจเข้มสินค้ารังนกที่นำเข้า เนื่องจากมีสารไนเตรทซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง มีปริมาณสูงเกินกว่ามาตรฐานความปลอดภัยในการบริโภค จึงชะลอการนำเข้าโดยให้นำเข้าได้คนละ 1 กิโลกรัมเท่านั้น และล่าสุดจีนได้ประกาศห้ามนำเข้าแล้ว นอกจากนี้ ยังออกกฎระเบียบเกี่ยวกับสารเติมแต่งอาหาร โดยผู้ผลิตต้องระบุปริมาณสารเติมแต่งอาหารเป็นร้อยละบนฉลากอาหารตามความเป็นจริง ออกข้อกำหนดการรับรองและทดสอบความมั่นคงด้านสารสนเทศ และข้อกำหนดการออกใบรับรองควบคุมมลพิษในสินค้าสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นมาตรการสมัครใจและคาดว่าจะกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับในเร็วๆนี้  เกาหลีใต้ กำหนดให้ใช้ระบบระบุลักษณะของสินค้านำเข้าประเภทวิสกี้ด้วยคลื่นความถี่วิทยุแทนการใช้ระบบบาร์โค้ด เพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้าและหลีกเลี่ยงภาษี ออกระเบียบว่าด้วยแนวปฏิบัติที่ดีในการผลิตเครื่องสำอาง เสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนและการประเมินความเสี่ยงในสินค้าเคมีภัณฑ์ และออกข้อจำกัดการใช้สาร phthalates ในสินค้ากระเบื้องยางปูพื้น เป็นต้น  ญี่ปุ่นปรับข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเบรกที่ใช้ในรถยนต์นั่งส่วนบุคคล อุปกรณ์ป้องกันผู้โดยสาร อุปกรณ์ป้องกันอันตรายสำหรับเด็ก ระบบเบรก AEBS และไฟรถยนต์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล  อินเดียออกระเบียบ E- Waste Rule ว่าด้วยการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ บังคับใช้กับผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย ผู้ประกอบธุรกิจซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำกลับมาจำหน่ายใหม่

สำหรับภูมิภาคอาเซียน ประกอบด้วย อินโดนีเซีย จำกัดการนำเข้าสินค้าผักและผลไม้ เช่น ทุเรียนและลำไย โดยลดจำนวนท่าเรือนำเข้าจากเดิม 8 แห่ง เหลือ 4 แห่ง คือ Jakarta, Medan, Makassar และ Surabaya นอกจากนี้ ยังกำหนดให้อาหารแปรรูปที่นำเข้าต้องติดฉลากภาษาอินโดนีเซียด้วย เวียดนามยังคงจำกัดการนำเข้าสินค้าประเภทไวน์ สุรา เครื่องสำอาง และโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยให้นำเข้าได้เฉพาะท่าเรือ 3 แห่ง คือ โฮจิมินห์ซิตี้ ไฮฟง และดานัง นอกจากนี้ ยังต้องได้รับอนุญาตจากสถานเอกอัครราชทูตเวียดนามหรือสถานกงสุลเวียดนามประจำประเทศผู้ส่งออกก่อนนำเข้าด้วย มาเลเซียกำหนดให้สินค้าอลูมิเนียมที่นำเข้าจะต้องแนบหลักฐาน Certificate of Approval หรือหนังสืออนุญาตที่ออกโดย Construction Industry Development Board (CIDB) สำหรับธุรกิจก่อสร้าง หรือจากหน่วยงาน Standards and Industrial Research Institute of Malaysia (SIRIM) กรณีเป็นภาคธุรกิจอื่น เป็นต้น

นายสุรศักดิ์ ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าบางประเทศนำกฎระเบียบของ EU หรือสหรัฐฯ มาเป็นแนวทางในการออกกฎหมายบังคับใช้ในประเทศของตน เช่น เกาหลีใต้ออกระเบียบ REACH และอินเดียออกระเบียบ WEEE โดยนำของ EU มาปรับใช้ เป็นต้น และมีแนวโน้มว่าประเทศคู่ค้าของไทยจะใช้มาตรการทางการค้าเข้มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอาเซียน ทั้งนี้ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 ซึ่งการนำเข้าส่งออกสินค้าจะเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ดังนั้น ผู้ผลิตไทยจะต้องปรับปรุงคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยสินค้า ตลอดจนพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา โดยสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารที่กรมการค้าต่างประเทศเผยแพร่และแจ้งเตือนเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่องทางเว็บไซต์ http://www.dft.go.th หัวข้อบริการข้อมูล : มาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ: มาตรการ NTMs

 

**************************

แบ่งปัน

Facebook Twitter