กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หวังสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจไทย เพื่อโอกาสทางการค้าครั้งสำคัญ ด้วยงานที่ครบเครื่องเรื่อง AECงานนี้ยิ่งใหญ่สมกับการฉลองวาระครบ 7 ทศวรรษกรมการค้าต่างประเทศ อย่างแน่นอน
ในงานแถลงข่าวการจัดงาน “AEC อาเซียนเปลี่ยนโลก” ที่จัดขึ้น ณ กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีแถลงข่าว พร้อมด้วยนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และรศ.ดร. นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ที่ปรึกษาโครงการสมุนไพร โดยปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยว่า “การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เป็นทั้งโอกาสครั้งสำคัญของนักธุรกิจไทย และผู้เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจและการค้าที่จะมีโอกาสพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้นจากเดิม เพื่อรองรับการแข่งขันทางการค้า และสามารถปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยี รวมทั้งนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้แก่สินค้าและบริการของไทยด้วยการเรียนรู้ผ่านเทคนิคจากประเทศสมาชิกในกลุ่ม AEC แต่อีกด้านหนึ่ง เมื่อ AEC เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบในอนาคตข้างหน้าคือปี 2558 การค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และเงินทุนก็จะเสรีมากขึ้น และเมื่อมีการเปิดเสรี แน่นอนว่า ภูมิภาคนี้จะต้องกลายเป็นเวทีแห่งการค้าที่เข้มข้นของโลกเลยก็ว่าได้ ดังนั้นนักธุรกิจ นักลงทุนไทย จึงต้องมีแผนการทำงานที่สมบูรณ์ทั้งเกมส์รับและเกมส์รุก ซึ่งคุณจะพบทุกคำตอบ จากการให้คำแนะนำและการบริการแบบ One –Stop Service ภายในงานนี้”
ในส่วนรายละเอียดของงาน นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์บทบาทและภารกิจที่สำคัญของกรมการค้าต่างประเทศในด้านการอำนวยความสะดวกและรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ ตลอดจนให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและสาธารณชนทั่วไปได้รับรู้และเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) นอกจากนี้ เพื่อแสดงถึงความร่วมมือในกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะพัฒนาร่วมกันไปสู่การเป็นตลาดการค้าเดียว และความเป็นเอกภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาค
การจัดงานประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลายที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ ได้แก่
การจัดนิทรรศการเชิงความรู้.../
- การจัดนิทรรศการเชิงความรู้เกี่ยวกับบทบาทและภารกิจของกรมฯ ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ควบคู่ไปกับการก่อตั้ง ASEAN เรื่อยมาจนถึง AEC ที่จะเกิดขึ้นในปี 2558
- การเสวนาการค้าไทยสู่ AEC เรื่อง “การปรับตัวของภาคธุรกิจเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)” โดยนักธุรกิจชั้นนำของไทย
- การจัดสัมมนาในหัวข้อเรื่อง อาทิ (1) การบริหารการค้าเพื่อรองรับ AEC (2) กองทุน FTA กระทรวงพาณิชย์ มีคำตอบ นำพาผู้ประกอบการสู้ AEC(3) รู้จักมาตรการ AD/CVD/SG รับการค้า AEC (4) ชี้ช่องรวยด้วยสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม (5) ไขกุญแจเศรษฐกิจไทยยุคใหม่...สู่เส้นทาง AEC (6) การรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self Certification) และการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าย้อนหลัง (7) Smile Milk…โอกาสทอง...ช่องทางรวย
- การจัดคลินิกให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการค้าการลงทุนใน AEC
- การออกคูหา AEC Pavilion ของประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ
- การออกคูหากองทุน FTA ของผู้ประกอบการที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน FTA กว่า 100 คูหา
รศ.ดร. นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ ที่ปรึกษาโครงการสมุนไพร ยังได้กล่าวสนับสนุนถึงการเตรียมความพร้อมของนักธุรกิจไทยว่า “ในฐานะของที่ปรึกษาโครงการสมุนไพรไทยที่ได้รับทุนวิจัยจากกองทุน FTA ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะนำเสนอในด้านการตั้งรับ AEC เพราะในขณะนี้เรามีความคืบหน้าของการทำงานในการเพื่อแก้ปัญหามาตรฐานทั้งในระดับประเทศและตลาดสากลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นสมุนไพรไทย โดยการจัดระบบห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมสมุนไพรไทย การพัฒนาผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมผลิตยาสมุนไพรไทยให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันสูงขึ้น และที่ประสบความสำเร็จอย่างมากตอนนี้คือการอบรมให้แพทย์แผนปัจจุบันให้เชื่อมั่นในยาสมุนไพรไทยมากขึ้น ซึ่งผลสำเร็จที่ได้จะนำมาเสนอผ่านการสัมมนาในงานนี้เช่นกัน จึงอยากให้ผู้ประกอบการได้เข้าร่วมรับฟัง”
นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “งานนี้ถือเป็นความมุ่งมั่นของภาครัฐที่จะเร่งส่งเสริมและพัฒนาในด้านการบริหารจัดการ และเตรียมความพร้อมให้ในทุกด้าน รวมทั้งจะทำให้คนไทย เข้าใจใน AEC มากขึ้น นักธุรกิจไทยและประชาชนทั่วไปจึงไม่ควรพลาด และขอเชิญชวนผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมงาน “7 ทศวรรษกรมการค้าต่างประเทศ นำพาการค้าไทยสู่ AEC” ในวันที่ 26 – 28 กรกฎาคม 2555 ณ Royal Paragon Hall Exhibition & Convention Center ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน กรมการค้าต่างประเทศ 1385 หรือทางเว็บไซต์ www.dft.go.th
******************************