อียูแก้ไขระเบียบ WEEE

30 กรกฎาคม 2555 | ผู้ชม 432 ครั้ง

อียูแก้ไขระเบียบ WEEE

 นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ  รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2555  คณะมนตรียุโรปได้ลงมติเห็นชอบระเบียบ Waste Electrical and Electronic Equipment (WEEE) ฉบับใหม่ เพื่อนำมาใช้แทนระเบียบ Directive 2002/96/EC วัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการจัดเก็บ  การนำกลับไปใช้ใหม่  และการรีไซเคิลเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์ (Electrical and Electronic Equipment : EEE) เพื่อลดเศษซากของเสีย และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นหลักผู้ผลิตเป็นผู้รับผิดชอบ สาระสำคัญดังนี้

1.  ระเบียบใหม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ EEE ทุกชนิด เช่น เครื่องใช้ภายในครัวเรือน  อุปกรณ์ IT ขนาดเล็ก  อุปกรณ์โทรคมนาคม  แผงอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า  อุปกรณ์ที่บรรจุสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน และหลอดไฟ fluorescent ที่มีส่วนประกอบของสารตะกั่ว  เป็นต้น ยกเว้น อุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อส่งขึ้นไปในอวกาศ  เครื่องมือเครื่องใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่  อุปกรณ์ติดตั้งขนาดใหญ่  เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน  ระบบขนส่งกระเป๋าโดยสารในสนามบิน  และลิฟท์  เป็นต้น  อย่างไรก็ดี ระเบียบใหม่มีผลบังคับใช้ในอีก 6 ปีข้างหน้าหรือประมาณกลางปี 2561 เพื่อให้ผู้ผลิตมีเวลาปรับตัว   

2.    ประเทศสมาชิกจะต้องเพิ่มเป้าหมายการเก็บรวบรวมเศษเหลือทิ้งผลิตภัณฑ์ EEE และนำกลับมาใช้อีก (recycle) ดังนี้

2.1   ตั้งแต่ปี 2559  จะต้องจัดเก็บรวบรวมเศษเหลือทิ้งของผลิตภัณฑ์ EEE ร้อยละ 45 ของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาด

2.2 ตั้งแต่ปี 2562 จะต้องรวบรวมเศษเหลือทิ้งของผลิตภัณฑ์ EEE ร้อยละ 65 ของผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาด หรือเพิ่มระดับการจัดเก็บเศษซากให้ได้ร้อยละ 85

ทั้งนี้ ประเทศสมาชิกบางประเทศ เช่น บัลแกเรีย สาธารณรัฐเช็ก ลัตเวีย ลิทัวเนีย ฮังการี มอลตา โปแลนด์ โรมาเนีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ซึ่งมีปริมาณการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในระดับต่ำ จะได้รับการผ่อนปรนปริมาณการจัดเก็บเศษซาก EEE เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายการจัดการตามระเบียบอย่างค่อยเป็นค่อยไป

3.    กำหนดเป้าหมาย 3 Rs : recover, reuse และ recycle  สำหรับเศษซากผลิตภัณฑ์ EEE แต่ละประเภท ดังนี้

3.1   ปี 2561 - 2564 : สินค้าในหมวด IT  อุปกรณ์โทรคมนาคม  หมวดอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น วิทยุ โทรทัศน์ กำหนดเป้าหมาย recover      ที่ 75% และ recycle 65%

3.2 ประมาณปี 2564.../

3.2 ประมาณปี 2564 - 2567 : สินค้าประเภทเดียวกับข้อ 3.1 เพิ่มเป้าหมาย recover  จากเดิมเป็น 80% และ reuse/recycle จากเดิมเป็น 70%

3.3 ปี 2567 เป็นต้นไป : สินค้าหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ใช้ในบ้าน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า  เครื่องล้างจาน  เป็นต้น  หมวดอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า และหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น วิทยุ โทรทัศน์  กำหนดเป้าหมาย recover 85% และreuse/recycle 80%

             4.  ให้ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ EEE ขนาดเล็ก ไม่เกิน 25 เซนติเมตร เช่น แปรงสีฟันไฟฟ้า จะต้องรับผิดชอบในการรับคืน (take-back) ผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุใช้งานโดยผู้บริโภคไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ บังคับใช้เฉพาะร้านค้าปลีก ซึ่งมีพื้นที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ EEEอย่างน้อย 400 ตารางเมตร

นายสุรศักดิ์ฯ  กล่าวเพิ่มเติมว่าระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อครบ 20 วันหลังจากประกาศลงใน Official Journal  โดยกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 18 เดือน เพื่อให้ประเทศสมาชิกนำไปออกระเบียบบังคับใช้ในประเทศของตน  อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการฯ จะทบทวนขอบเขตของระเบียบฉบับใหม่ภายใน 3 ปี หลังจากนำมาบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว โดยอาจเสนอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขหากเห็นว่ามีผลกระทบต่อภาคธุรกิจและสิ่งแวดล้อม  ทั้งนี้  ไทยส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ไป EU เฉลี่ย (2552-2554) มูลค่า 226,532 ล้านบาท  ปี 2555 (ม.ค.-พ.ค.) ส่งออกมูลค่า 91,715 ล้านบาท  ลดลงร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://www.consilium.europa.eu/uedocs/ems_data/docs/

pressdata/en/jha/130724.pdf

 

******************************

แบ่งปัน

Facebook Twitter