จีนเริ่มเก็บค่าบริหารจัดการเศษซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์

17 สิงหาคม 2555 | ผู้ชม 210 ครั้ง

จีนเริ่มเก็บค่าบริหารจัดการเศษซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิคส์

  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังของจีนได้ประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการและเก็บรวบรวมเศษซากอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EEE (Electrical and Electronic Equipment) โดยจัดตั้งกองทุนจัดการเศษซากอิเล็กทรอนิกส์  มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 เป็นต้นไป

  ในปี 2554 ชาวจีนใช้สินค้า EEE เป็นจำนวนมาก เช่น ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศและเครื่อง PCรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.77 พันล้านหน่วย ในจำนวนนี้เป็นเศษซาก EEE ที่ถูกชาวจีนทิ้งนับแสนชิ้นกระทรวงการคลังของจีนเห็นว่ามีทรัพยากรมูลค่าสูงที่ต้องสูญเสียไปจากการทิ้งเศษซาก EEE เหล่านี้ซึ่งสามารถนำมาใช้ซ้ำหรือแปรสภาพได้ และหากนำไปรีไซเคิลจะทำให้ประหยัดพลังงานกว่าการผลิตสินค้าใหม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้กำหนดกลไกระยะยาวในการบริหารจัดการเศษซากEEE และกระตุ้นให้ผู้ผลิตมีส่วนร่วมในการดำเนินการเกี่ยวกับเศษซาก EEE อย่างเป็นระบบ ออกแบบการผลิตในลักษณะ Green Design และใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สะดวกและง่ายต่อการถอดแยก การนำกลับมาใช้ใหม่และการรีไซเคิล ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการเศษซาก EEE น้อยลงด้วย

  ภายใต้กลไกดังกล่าวจะมีการจัดตั้งกองทุนบริหารจัดการเศษซาก EEE โดยจะเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการจากผู้ผลิตและผู้นำเข้าหรือตัวแทนผู้นำเข้าสินค้าทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศที่ใช้ในบ้าน และเครื่อง PC โดยกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายดังนี้

                             สินค้า                                   ค่าใช้จ่าย (Rmb)

          1.ทีวี                                                              13

          2.ตู้เย็น                                                           12

          3.เครื่องซักผ้า                                                   7

          4.เครื่องปรับอากาศที่ใช้ในบ้าน                          7

          5.เครื่อง PC                                                     10                                            

 

นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่ากลไกการบริหารจัดการเศษซาก EEE ของจีนอาจส่งผลให้ผู้ผลิตไทยต้องออกแบบและผลิตสินค้าให้สะดวกและง่ายต่อการถอดแยก สามารถนำไปรีไซเคิลหรือแปรสภาพเพื่อใช้ใหม่ได้ง่าย รวมทั้งให้มีเศษซากเหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าจีนอาจผลักภาระค่าใช้จ่ายที่ตนต้องรับผิดชอบในการเก็บ คัดแยก หรือ          รีไซเคิลให้แก่ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของไทยได้

ทั้งนี้ ในปี 2554 ไทยส่งออกสินค้า EEE ไปจีนมูลค่า 221,107 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับปี 2553 และปี 2555 (ม.ค.-มิ.ย.) ส่งออก 117,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

 

*****************************

ที่มา http://www.hktdc.com/info/mi/a/bacn/en/1X07XABV/1/Business-Alert-%25E2%2580%2593-China-to-start-e-waste-treatment-levy-in-July.htm


แบ่งปัน

Facebook Twitter