นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 23 - 26 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา จีนได้จัดงาน China - ASEAN Trade and Investment Promotion Fair on Agricultural Products ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างจีนและอาเซียน เพื่อสร้างความร่วมมือและปฏิสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชนของทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการผลิตและซื้อขายสินค้าเกษตร โดยการจัดงานดังกล่าวได้กล่าวถึง
การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยอาหารในการนำเข้า – ส่งออกสินค้าอาหารของจีน ที่มีสำนักงานควบคุมคุณภาพตรวจสอบและกักกันโรค (General Administration of Quality Supervision Inspection and Quarantine: AQSIQ) รับผิดชอบตรวจสอบสินค้าอาหารทั้งนำเข้าและส่งออก ซึ่งระบบการจัดการด้านความปลอดภัยอาหารของจีนแบ่งความรับผิดชอบเป็น 4 ส่วน คือ 1) เกษตรกร/ผู้ค้า รับผิดชอบในขั้นต้น 2) อุตสาหกรรมอาหาร รับผิดชอบในฐานะเป็นผู้ผลิตสินค้า 3) ชุมชน มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการละเมิดกฎหมายความปลอดภัยอาหาร และ 4) รัฐบาลในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลเป็นไปตามกฎระเบียบ
การตรวจสอบสินค้าด้านการนำเข้า ซึ่งมี 3 ขั้นตอน คือ 1) ก่อนการนำเข้า สำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง 2) ขณะที่นำเข้า (on arrival) ซึ่งสินค้าจะได้รับอนุญาตให้นำเข้าได้เมื่อผ่านการตรวจสอบ ณ ด่านนำเข้าเท่านั้น และ 3) หลังการนำเข้า โดยผู้นำเข้าต้องมีระบบบันทึกการนำเข้าและการจำหน่ายที่สามารถตรวจสอบได้ ทั้งนี้ การตรวจสอบอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk analysis) และหลักปฏิบัติที่เป็นสากล ส่วนการส่งออกมีการตรวจสอบ 3 ขั้นตอนเช่นกัน คือ 1) วัตถุดิบที่ใช้ผลิตอาหาร 2) กระบวนการผลิตอาหาร และ 3) การตรวจสอบและกักกันอาหารที่จะส่งออก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สินค้าจีน
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจีนให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยอาหารมากขึ้น โดยพัฒนาระบบการตรวจสอบการนำเข้าสินค้าที่ทันสมัย และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าอาหารที่นำเข้า ดังนั้น หากไทยต้องการรักษาตลาดส่งออกผลไม้ของไทยในจีนและเพิ่มมูลค่าการส่งออก ก็จะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ ให้ผู้บริโภคชาวจีนรู้จักและยอมรับในคุณภาพของผลไม้ไทย รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการบริโภคและคุณค่าทางอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากประชาชนชาวจีนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น จึงนิยมบริโภคผลไม้มากขึ้นด้วยนอกจากนี้ ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายของไทย ทั้งเกษตรกร พ่อค้า โรงคัดบรรจุ ผู้ส่งออก และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันเพื่อผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพมาตรฐาน และมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพื่อสร้างมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีของผลไม้ไทยให้แก่ผู้บริโภค
ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดส่งออก.../
ทั้งนี้ จีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้อันดับหนึ่งของไทย โดยในปี 2554 ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนรวม 13,951.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 116.71 เมื่อเทียบกับปี 2553 ส่วนในปี 2555 (ม.ค.-มิ.ย.) ส่งออกไปจีนรวม 5,161.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.17 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 จีนเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 38.17 รองลงมา คือ ฮ่องกง เวียดนาม อินโดนีเซีย และสหรัฐฯ โดยผลไม้ที่ผู้บริโภคชาวจีนนิยมมาก ได้แก่ ทุเรียน มังคุด ลำไย กล้วยไข่ ชมพู่ มะม่วงน้ำดอกไม้ เงาะ ส้มโอ มะขามหวาน เป็นต้น
*************************************