นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 หน่วยงานจัดการสารเคมีสหภาพยุโรป (ECHA) ได้เสนอชื่อสารเคมีอันตราย 45 รายการ เพื่อฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนพิจารณานำเข้าไว้ในบัญชีภาคผนวก 14 ตามกฎ REACH ซึ่งมีผลให้ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตก่อนผลิตหรือนำเข้าไปใช้ เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenic: C) สารก่อการกลายพันธุ์ (Mutagenic: M) สารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ (Toxic to Reproduction: R) สารที่สามารถสะสมได้ยาวนาน (Persistent) สารที่สะสมทางชีวภาพและเป็นพิษ (Bioaccumulative and Toxic: (PBT) ได้แก่
1) Dioxobis(stearato)trilead
2) Fatty acids, C16-18, lead salts [EC NO. 292-966-7, CAS NO. 91031-62-8]
3) Lead dinitrate [EC NO. 233-245-9, CAS NO. 10099-74-8]
4) Pentalead tetraoxide sulphate [EC NO. 253-067-7, CAS NO. 12065-90-6]
5) Silicic acid, lead salt [EC NO. 234-363-3, CAS NO. 11120-22-2]
6) Tetraethyllead [EC NO. 201-075-4, CAS NO. 78-00-2]
7) Tetralead trioxide sulphate [EC NO. 235-380-9, CAS NO. 12202-17-4]
8) Trilead dioxide phosphonate เป็นต้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ http://echa.europa.eu ได้โดยตรงภายในวันที่ 18 ตุลาคม 2555 โดยต้องระบุข้อมูลคุณลักษณะของสารเคมี หรือคุณสมบัติความเป็นอันตรายของสารเคมี รวมทั้งส่งข้อมูลปริมาณการใช้ การสัมผัส การแพร่กระจาย การใช้สารเคมีหรือเทคโนโลยีอื่นทดแทนที่ปลอดภัยกว่า ตลอดจนข้อมูลภายในห่วงโซ่อุปทานเพื่อใช้ในการพิจารณา และแจ้งกลับกรมฯ เพื่อประสานสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ให้ติดตามความคืบหน้าต่อไป
ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียสามารถศึกษารายละเอียดการเปิดรับฟังฯ ต่อสารอันตราย 54 รายการได้ที่เว็บไซต์ http://echa.europa.eu/view-article/-/journal_content/512b7526-9dd6-4872-934e-8c298c89ad99 ในส่วนของผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าไทยที่มีการนำสารดังกล่าวข้างต้นไปใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่ส่งออกไป EU ควรเร่งหาสารอื่นทดแทนเพื่อหลีกเลี่ยงภาระทางกฎหมายและต้นทุนในการดำเนินการขออนุญาตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นนอน
***************************************
27 กันยายน 2555