อียูเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะต่อสารเคมีอันตรายที่ต้องขออนุญาตตามระเบียบ REACH

27 กันยายน 2555 | ผู้ชม 184 ครั้ง

 อียูเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะต่อสารเคมีอันตรายที่ต้องขออนุญาตตามระเบียบ REACH

  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 หน่วยงานจัดการสารเคมีสหภาพยุโรป (ECHA) ได้เสนอชื่อสารเคมีอันตราย 45 รายการ เพื่อฟังความคิดเห็นสาธารณะก่อนพิจารณานำเข้าไว้ในบัญชีภาคผนวก 14 ตามกฎ REACH   ซึ่งมีผลให้ผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายต้องขออนุญาตก่อนผลิตหรือนำเข้าไปใช้ เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenic: C) สารก่อการกลายพันธุ์ (Mutagenic: M) สารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ (Toxic to Reproduction: R) สารที่สามารถสะสมได้ยาวนาน (Persistent) สารที่สะสมทางชีวภาพและเป็นพิษ (Bioaccumulative and Toxic(PBT)  ได้แก่ 

1) Dioxobis(stearato)trilead    

2) Fatty acids, C16-18, lead salts [EC NO. 292-966-7, CAS NO. 91031-62-8] 

3) Lead dinitrate [EC NO. 233-245-9, CAS NO. 10099-74-8  

4) Pentalead tetraoxide sulphate  [EC NO. 253-067-7, CAS NO. 12065-90-6]   

5) Silicic acid, lead salt  [EC NO. 234-363-3, CAS NO. 11120-22-2]    

  6) Tetraethyllead [EC NO. 201-075-4, CAS NO. 78-00-2]   

  7) Tetralead trioxide sulphate [EC NO. 235-380-9, CAS NO. 12202-17-4]

  8) Trilead dioxide phosphonate   เป็นต้น โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ http://echa.europa.eu  ได้โดยตรงภายในวันที่ 18 ตุลาคม 2555  โดยต้องระบุข้อมูลคุณลักษณะของสารเคมี  หรือคุณสมบัติความเป็นอันตรายของสารเคมี รวมทั้งส่งข้อมูลปริมาณการใช้ การสัมผัส การแพร่กระจาย การใช้สารเคมีหรือเทคโนโลยีอื่นทดแทนที่ปลอดภัยกว่า  ตลอดจนข้อมูลภายในห่วงโซ่อุปทานเพื่อใช้ในการพิจารณา และแจ้งกลับกรมฯ เพื่อประสานสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ ให้ติดตามความคืบหน้าต่อไป

          ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้เสียสามารถศึกษารายละเอียดการเปิดรับฟังฯ ต่อสารอันตราย 54 รายการได้ที่เว็บไซต์ http://echa.europa.eu/view-article/-/journal_content/512b7526-9dd6-4872-934e-8c298c89ad99  ในส่วนของผู้ผลิต/ผู้จำหน่ายสินค้าไทยที่มีการนำสารดังกล่าวข้างต้นไปใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่ส่งออกไป EU ควรเร่งหาสารอื่นทดแทนเพื่อหลีกเลี่ยงภาระทางกฎหมายและต้นทุนในการดำเนินการขออนุญาตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นนอน   

***************************************

27  กันยายน  2555

แบ่งปัน

Facebook Twitter