นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศ ได้นำผู้ประกอบการไทยจำนวน ๘ บริษัท ไปเยือนนครหลวงเวียงจันทน์ และแขวงหลวงพระบาง สปป. ลาว เมื่อวันที่ ๑๐-๑๓ กันยายน ๒๕๕๕ ภายใต้แผนงานโครงการพัฒนาศักยภาพการค้าชายแดนและการค้าภูมิภาคอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน อำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
คณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยได้มีโอกาสเข้าพบปะเจรจา และรับฟังการบรรยายเกี่ยวกับการค้าและการลงทุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ สปป. ลาว และเจรจาจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย กับผู้ประกอบการ สปป. ลาว ในนครหลวงเวียงจันทน์ และแขวงหลวงพระบางที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจทางภาคเหนือของสปป.ลาว
ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ได้ประชุมระหว่างคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ประกอบการของ สปป. ลาว ณ โรงแรมลาวพลาซ่า ในโอกาสนี้ได้มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับการค้าและการลงทุนในสปป.ลาวแก่ผู้ประกอบการไทย โดย อัครราชทูตที่ปรึกษา(ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำนครหลวงเวียงจันทน์ และการบรรยายขั้นตอนการจดทะเบียนธุรกิจและกฎระเบียบการลงทุนใน สปป. ลาว โดยท่านสมลัท เมฆอากาศ ผู้อำนวยการกองจดทะเบียนวิสาหกิจและการบริหารกิจการ กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม สปป. ลาว ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยที่จะเข้าไปทำการค้าและการลงทุนใน สปป. ลาว นอกจากนี้ได้จัดการเจรจาจับคู่ทางธุรกิจระหว่างไทยกับผู้ประกอบการลาว โดยได้รับความร่วมมือจากสภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว
ที่แขวงหลวงพระบาง ได้เข้าเยี่ยมคารวะและพบปะหารือกับ ดร.บัวคอง นามมาวง รองเจ้าแขวงหลวงพระบาง โดยมีสาระสำคัญว่าแขวงหลวงพระบางมีอัตราเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจร้อยละ ๕.๕ ต่อปี ประชากรแขวงหลวงพระบางมีรายได้ต่อหัว ๑,๐๗๔ เหรียญสหรัฐฯ โดยมีสัดส่วนรายได้ประชาชาติประกอบด้วย ภาคเกษตรร้อยละ ๔๓ ภาคอุตสาหกรรมร้อยละ ๒๐ ภาคบริการร้อยละ ๓๗ สินค้าส่งออก ได้แก่ ลูกเดือย ไม้สัก สินค้านำเข้า ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม การลงทุนต่างประเทศมีจำนวนเงินลงทุน ปีละ ๖๕-๗๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ การลงทุนที่สำคัญ ได้แก่ เขื่อนผลิตไฟฟ้า การท่องเที่ยว ร้านอาหาร ซึ่งฝ่ายไทยได้กล่าว
ตอบว่ายินดีให้การส่งเสริม.../
ตอบว่ายินดีให้การส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เนื่องจากสองประเทศเป็นสมาชิก ASEAN GMS และACMECS นอกจากนี้ไทยยังเป็นประเทศคู่ค้าและประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ใน สปป.ลาว และหวังว่าการเดินทางเยือนของคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศ
ผลการเยือน สปป.ลาวของคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทย ผู้ประกอบการไทยสามารถเจรจาจับคู่ทางธุรกิจกับผู้ประกอบการ สปป.ลาวจำนวน ๓ ราย โดยมีมูลค่าการค้าหลายล้านบาท และคาดว่าผลจากการเจรจาธุรกิจในครั้งนี้จะมีมูลค่าการค้าเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
*****************************