นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 794/2012 เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2555 เพื่อปรับเปลี่ยนรายการวัตถุปรุงแต่งรสและวัตถุปรุงรสอาหารที่อนุญาตให้ใช้ ในส่วน Annex I ของ Regulation (EC) No 1334/2008 การใช้สาร มีผลตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2556 โดยได้กำหนดช่วงเวลาปรับตัวให้แก่ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. อาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุปรุงแต่งรสที่อนุญาตให้วางจำหน่ายได้หรือมีฉลากสินค้าก่อนวันที่ 27 กันยายน 2557 แต่ไม่เป็นไปตาม Part A ของ Annex I ของRegulation (EC) No 1334/2008 เช่น สาร O-ETHYLS-1-METHOXYHEXAN-3-YL CARBONOTHIOATE (FEMA No. 4730), สาร 1,5-OCTADIEN-3-OL (FEMA No. 4732) และสาร (4Z, 7Z)-TRIDECA-4,7-DIENAL (FEMA No. 4735) เป็นต้น สามารถที่จะวางจำหน่ายได้จนถึงวันหมดอายุของสินค้านั้น
2. รายการวัตถุปรุงแต่งรสและวัตถุปรุงรสอาหารตาม Part B–F ของ Annex I คือ Part B : Flavouring preparations, Part C : Thermal Process Flavourings, Part D : Smoke Flavourings Part E : Other flavourings และ Part F: Source materials other than food จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน 2559 ซึ่งบุคคลที่สนใจจะต้องยื่นขออนุญาตการใช้วัตถุดังกล่าว ต่อสหภาพยุโรปภายในวันที่ 27 กันยายน 2558 อย่างไรก็ดี อาหารที่มีส่วนผสมของวัตถุปรุงแต่งรสและวัตถุปรุงรสอาหารที่อนุญาตให้วางจำหน่ายได้ หรือมีฉลากสินค้าก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2561 แต่ไม่เป็นไปตาม Part B–F ของ Annex I ของ Regulation (EC) No 1334/2008 สามารถที่จะวางจำหน่ายได้จนถึงวันหมดอายุของสินค้านั้น
ทั้งนี้ รายละเอียดของวัตถุปรุงแต่งรสและวัตถุปรุงรสอาหารใน Part A และ B-F ของ Annex I ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากhttp://ec.europa.eu/food/food/fAEF/flavouring/
flavouringsubstance_en.htm
นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งออกวัตถุปรุงรสอาหารของไทยไปยัง EU เฉลี่ย 3 ปี (ปี 2552-2554) มีมูลค่า 2,448.6 ล้านบาท และในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2555 (ม.ค.-ก.ค.) มีมูลค่า 1,758.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.16 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
********************************