สหรัฐฯปรับปรุงมาตรฐานสินค้าเครื่องนอนและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

19 ตุลาคม 2555 | ผู้ชม 375 ครั้ง

สหรัฐฯปรับปรุงมาตรฐานสินค้าเครื่องนอนและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก 

  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า The American Society for Testing and Materials (ASTM) International ได้ออกข้อกำหนด The F1917 Standard Consumer Safety Performance Specification for Infant Bedding and Related Accessories ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยของผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้าเครื่องนอนและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก โดยกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย วิธีการทดสอบผลิตภัณฑ์ และข้อกำหนดเกี่ยวกับฉลากสินค้า เพื่อที่จะลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

สินค้าเครื่องนอนและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กภายใต้  F1917 ประกอบด้วย ผ้าปูที่นอน, ผ้าห่ม, ผ้ากันฝุ่น, ปลอกและอุปกรณ์ประดับสำหรับมุ้ง, หมอน, ปลอกหุ้มที่นอน, ที่เปลี่ยนผ้าอ้อมที่สามารถปรับขึ้นลงได้, ผ้าม่านแขวนผนัง, อุปกรณ์ป้องกันการกระแทกศีรษะ และผ้าคลุมเตียง

ต่อมา ASTM ได้ปรับปรุงข้อกำหนด F1917 เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้สินค้าบางรายการในหมวดเครื่องนอนและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่รวบรวมโดย The U.S. Consumer Protection Safety Commission (CPSC) โดย ASTM ได้ออก F1917 – 12 เมื่อเดือนสิงหาคม 2555 ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ดังนี้

1. การปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับแถบผ้า สายผูก และเชือกที่ใช้กับส่วนประกอบในการตกแต่งผลิตภัณฑ์

2. การปรับปรุงวิธีการประเมินผลิตภัณฑ์ไวนิลที่ไม่ได้ใช้รองรับน้ำหนัก (เฉพาะที่สัมผัสผิวเด็ก)

3.การออกข้อกำหนดการประเมินผลการทดสอบสำหรับความหนาสูงสุดของอุปกรณ์กันกระแทก

4. การออกข้อกำหนดการประเมินผลความแข็งแรงของสายรัดแผ่นอุปกรณ์กันกระแทก

5. การปรับปรุงข้อความเกี่ยวกับคำเตือนของอุปกรณ์กันกระแทกสำหรับเตียงเด็ก

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดได้จาก www.astm.org (Designation F1917 – 12)

นายสุรศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงปี 2552-2554 การส่งออกสินค้าในหมวดเคหะสิ่งทอ ซึ่งครอบคลุมสินค้าเครื่องนอนและผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กจากไทยไปยังสหรัฐฯ ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 3,734.9 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 2,539.1 ล้านบาท ในปี 2554 และในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2555 การส่งออกสินค้าดังกล่าวมีมูลค่า 1,277.4 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 31.59

*******************************

 

ที่มา :  1. Bureau Veritas Bulletin

            2. ASTM International, Designation F1917 – 12

            3. www.moc.go.th

แบ่งปัน

Facebook Twitter