อียูกำหนดรายชื่อสารแต่งสีในอาหารที่ต้องระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง

24 ตุลาคม 2555 | ผู้ชม 175 ครั้ง

อียูกำหนดรายชื่อสารแต่งสีในอาหารที่ต้องระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง

  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2555 สหภาพยุโรป (EU) ได้ออกระเบียบCommission Implementing Regulation (EU) No 868/2012 เรื่อง Concerning the authorization of a azorubine as a feed additive for cats and dogsและ ระเบียบ Commission Implementing Regulation (EU) No 869/2012 เรื่อง Concerning the authorization of thaumatin as a feed additive for all animal species เพื่อบังคับให้สินค้าที่ใช้ Azorubine และ thaumatin ในการแต่งสีในผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์ต้องระบุบนฉลากว่ามีการใช้สารดังกล่าวในผลิตภัณฑ์

Azorubine และ thaumatin เป็นสารแต่งสีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร ซึ่งสารทั้งสองชนิดได้รับการพิสูจน์ทางการแพทย์แล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์หากมีการกินเข้าไปในปริมาณที่กำหนด ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเฝ้าระวังหรือเก็บข้อมูลหลังจากการวางจำหน่ายของสินค้า

อย่างไรก็ตาม  EU ได้กำหนดให้ระบุในฉลากผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงด้วยว่ามีส่วนผสมของสารดังกล่าวปนอยู่ด้วย ทั้งนี้ ระเบียบฯจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2556 เป็นต้นไป อย่างไรก็ดีสำหรับสินค้าที่มีการผลิตก่อนวันที่ระเบียบฯมีผลบังคับและได้ออกวางจำหน่ายไปแล้ว ให้อนุโลมจำหน่ายได้จนกระทั่งวันสิ้นอายุของสินค้า

นายสุรศักดิ์ฯกล่าวต่อไปอีกว่า ในปี 2555 (ม.ค–ส.ค.) ประเทศไทยส่งออกสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไปยัง EU รวมทั้งสิ้น 91.3 เหรียญสหรัฐ และในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2552-2554) ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเฉลี่ยปีละ 120.9 เหรียญสหรัฐ เป็นที่น่าสังเกตว่ายอดจำหน่ายอาหารสัตว์ใน EU เพิ่มขึ้นตามจำนวนสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น สวนทางกับอัตราการเกิดของเด็กที่ลดลง เป็นหลักฐานยืนยันว่า EU กำลังก้าวเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุ ผู้ประกอบการไทยควรเร่งปรับตัวและผลิตสินค้าหรือบริการที่มีความสอดคล้องกับรสนิยมผู้สูงอายุของ EU รวมถึงเน้นจุดขายเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในสินค้าที่ผลิต

***********************************

ที่มา:    1.  Official Journal of the European Union L.257/3, 25 Sept. 2012

    2. Official Journal of the European Union L.257/7, 25 Sept. 2012

แบ่งปัน

Facebook Twitter