อียู เพิ่มรายการสารเคมีที่มีการกำหนด MRLs ในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์

25 ตุลาคม 2555 | ผู้ชม 137 ครั้ง

อียู เพิ่มรายการสารเคมีที่มีการกำหนด MRLs ในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์

  นายสุรศักดิ์  เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 899/2012 เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2555 เพื่อแก้ไข Annex II และ III ของ Regulation (EC) No 396/2005 โดยเพิ่มเติมรายการสารเคมีที่มีการควบคุม โดยกำหนดปริมาณการปนเปื้อนค่าสูงสุด (Maximum Residue Levels: MRLs) ในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2556 ดังนี้

          1. รายการสารเคมีที่ต้องมีการตรวจสอบในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ทุกชนิด     

             Acephate, Azocyclotin, Benfuracarb, Chlorfenapyr, Chlorthal-dimethyl, Dichlobenil, Dimethipin, Diniconazole, Fenitrothion, Methamidophos, Methoprene, Monocrotophos, Oxydemeton-methyl, Parathion-methyl, Phosalone, Procymidone, Procymidone, Profenofos, Quintozene, Trichlorfon และ Trifluralin

          2. รายการสารเคมีที่ต้องมีการตรวจสอบในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารสัตว์ทุกชนิด แต่มีการยกเว้นบางรายสินค้า

             - สาร Carbaryl ยกเว้นการตรวจสอบใน มะเขือเทศ (สด/แช่แข็ง), โสม ข้าว และมะกอก

             - สาร Carbosulfan ยกเว้นการตรวจสอบใน แครอท (สด/แช่แข็ง), มันฝรั่ง, เมลอน และนม

             - สาร Diazinon ยกเว้นการตรวจสอบใน สับปะรด (สด/แช่แข็ง), กะหล่ำปลี และ หัวบีท (ราก)

             - สาร Dicofol ยกเว้นการตรวจสอบใน ผลไม้สกุลส้ม, มะเขือเทศ และองุ่น

             - สาร Furathiocarb ยกเว้นการตรวจสอบใน มันฝรั่งและ เมลอน

             - สาร Tolylfluanid ยกเว้นการตรวจสอบใน ผักกาดหอม และผักสลัดอื่น

          3. รายการสารเคมีที่กำหนดให้ตรวจสอบในสินค้าเฉพาะรายการ

   - สาร Phorate ในถั่ว

นายสุรศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงปี 2552-2554 การส่งออกสินค้าเกษตรและแกษตรแปรรูปจากไทยไปยัง EU เฉลี่ย 3 ปี (ปี 2552-2554) มีมูลค่า 4,174.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และในช่วง 8 เดือนของปี 2555 (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่า 2,836.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 0.19 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ รายละเอียดของสารเคมีที่ได้กำหนดเพิ่มเติม ผู้ประกอบการสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2012:273:0001:0075:EN:PDF

*********************************

ที่มา:    1. Office Journal of the European Union, L 273, 21 September 2012

          2. www.moc.go.th

แบ่งปัน

Facebook Twitter