อียูเสนอแก้ไขกฏหมายคุณภาพเชื้อเพลิงและกฏหมายพลังงานทดแทน
01 พฤศจิกายน 2555 | ผู้ชม 235 ครั้ง
อียูเสนอแก้ไขกฏหมายคุณภาพเชื้อเพลิงและกฏหมายพลังงานทดแทน
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการที่สหภาพยุโรป (EU) ได้ประกาศเป้าหมาย 20-20-20 เพื่อเป็นเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ลงร้อยละ 20 เพิ่มการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 20 และลดการใช้พลังงานทั้งหมดลงร้อยละ 20 ภายในปี 2563 จึงทำให้ EU มีความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากมีการขยายพื้นที่การเกษตรทั่วโลกอาจนำไปสู่การปล่อย GHG เพิ่มขึ้นทางอ้อม จากการเปลี่ยนแปลงการใช้พื้นที่ (Indirect Land Use Change: ILUC)
อย่างไรก็ดี เมื่อการนำประเด็น ILUC มาร่วมพิจารณากับการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพแล้ว พบว่า บางครั้งการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจะเพิ่มการปล่อย GHG มากกว่าเชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ EU จึงได้มีแนวคิดแก้ไขคุณภาพกฎหมายเชื้อเพลิงและกฎหมายพลังงานทดแทน โดยมีสาระสำคัญดังนี้
1. เพิ่มปริมาณการลดการปล่อย GHG ขั้นต่ำที่ร้อยละ 60 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ
2. รวบรวมปัจจัย ILUC ในรายงานการลดการปล่อย GHG ของการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและของเหลวชีวภาพของผู้ค้าเชื้อเพลิงชีวภาพและประเทศสมาชิก
3. จำกัดปริมาณเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใช้อาหารเป็นวัตถุดิบให้ได้ในเป้าหมายร้อยละ 10 รวมทั้งปริมาณพลังงานทดแทนในสาขาการขนส่งให้อยู่ร้อยละ 5 ภายใต้เป้าหมายใช้พลังงานทดแทนและการลดคาร์บอนในภาพรวม
4. สร้างสิ่งจูงใจทางการตลาดสำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพที่ไม่มีการปล่อย GHG หรือปล่อยในปริมาณน้อยจาก ILUC สำหรับเชื้อเพลิงชีวภาพรุ่นที่ 2 และ 3 ที่ผลิตจากวัตถุดิบตั้งต้นโดยไม่มีความต้องการใช้พื้นที่เพิ่ม เช่น สาหร่าย ฟาง และของเสียประเภทต่างๆ
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยควรศึกษาผลการศึกษาดังกล่าว รวมทั้งสามารถมีข้อเสนอต่อการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวของ EU กรณีเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ในขณะเดียวกันต้องพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้สอดคล้องกับระเบียบข้างต้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มปริมาณการปล่อย GHG ในอนาคต เนื่องจากไทยมีการใช้ Biodiesel ที่ได้จากปาล์มในปริมาณมาก และสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://europa.eu/rapid/press-release_IP-12-1112_en.htm
*******************************