อียู ออกระเบียบ GSP โครงการใหม่ เริ่มใช้ 20 พย. 55

12 พฤศจิกายน 2555 | ผู้ชม 52 ครั้ง

 อียู ออกระเบียบ GSP โครงการใหม่ เริ่มใช้ 20 พย. 55

  นางปราณี  ศิริพันธ์  อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศระเบียบเพื่อรองรับ GSP โครงการใหม่แล้ว เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2555 โดยระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

  สหภาพยุโรปได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การให้สิทธิฯ ภายใต้ GSP โครงการใหม่โดยกำหนดเกณฑ์การตัดสิทธิฯ เป็นรายประเทศใหม่ กล่าวคือ ตัดสิทธิฯ ประเทศที่ถูกจัดอันดับโดยธนาคารโลกให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง (High Income Countries) และกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (Upper Middle Income Countries) เป็นเวลา 3 ปี ติดต่อกัน โดยประเทศที่ถูกตัดสิทธิฯ ตามหลักเกณฑ์นี้จะมีระยะเวลาในการปรับตัว 1 ปี หลังจากการประกาศผลการพิจารณา นอกจากนี้ สหภาพยุโรปจะตัดสิทธิฯ ประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีภายใต้ข้อตกลงทางการค้าอื่นๆ ที่สหภาพยุโรปให้สิทธิฯ เทียบเท่าหรือมากกว่าระบบ GSP โดยประเทศเหล่านี้จะมีระยะเวลาในการปรับตัว 2 ปี หลังจากความตกลงทางการค้ามีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สหภาพยุโรปจะประกาศรายชื่อประเทศที่ถูกตัดสิทธิฯ ในทุกวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี

สำหรับการตัดสิทธิฯ เป็นหมวดสินค้า สหภาพยุโรปได้ปรับหลักเกณฑ์การตัดสิทธิฯ โดยสินค้าใน    แต่ละหมวดจะถูกตัดสิทธิฯ เมื่อมูลค่าที่สหภาพยุโรปนำเข้าจากประเทศผู้รับสิทธิฯ เฉลี่ย 3 ปีติดต่อกัน เกินร้อยละ 17.5 ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าในหมวดนั้นๆ รวมจากทุกประเทศผู้รับสิทธิฯ (และร้อยละ 14.5 สำหรับสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม)  ทั้งนี้ คาดว่าคณะกรรมมาธิการยุโรปจะประกาศรายชื่อหมวดสินค้าที่ถูกตัดสิทธิฯ สำหรับแต่ละประเทศผู้รับสิทธิฯ ในช่วงต้นปี 2556 โดยการตัดสิทธิฯ ดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เป็นต้นไป

อธิบดีฯ  กล่าวเพิ่มเติมว่า ระเบียบใหม่ดังกล่าวจะทำให้ประเทศผู้รับสิทธิ GSP สหภาพยุโรปลดลงจาก 176 ประเทศ เหลือเพียง 89 ประเทศ โดยไทยยังคงอยู่ในรายชื่อประเทศผู้รับสิทธิฯ ต่อไป อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถิติปี ๒๕๕3-2554 ประเทศไทยมีรายได้ประชาชาติต่อหัว 4,150 และ 4,420 เหรียญสหรัฐฯ ตามลำดับ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่ม Upper-Middle Income Countries ดังนั้น หากรายได้ประชาชาติต่อหัวของไทยในปี 2555 ยังคงอยู่ในระดับ Upper Middle Income ไทยอาจถูกตัดสิทธิฯ ในปี 2557 เนื่องจากมีรายได้ตามเกณฑ์ที่สหภาพยุโรปกำหนดเป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันโดยการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้ได้ตามระดับสากล เนื่องจากไทยอาจไม่สามารถพึ่งพิงความได้เปรียบในด้านราคาแต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 0-25474819 หรือ DFT Center โทร. 1385 หรือทางเว็บไซด์www.dft.go.th

*******************************

12  พฤศจิกายน  2555

แบ่งปัน

Facebook Twitter