ยุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย - จีน

01 กุมภาพันธ์ 2556 | ผู้ชม 974 ครั้ง

ยุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย - จีน

นางปราณี  ศิริพันธ์  อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการเยือนอย่างเป็นทางการของผู้นำไทยและจีนเมื่อปี 2555 (ผู้นำไทยเยือนจีนเดือนเมษายน 2555 และผู้นำจีนเยือนไทยเดือนพฤศจิกายน 2555) ทั้งสองฝ่ายได้ประกาศที่จะเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน (Comprehensive Strategic Cooperative Partnership) โดยเห็นพ้องในการกำหนดเป้าหมายการค้าระหว่างกันให้เพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2015 ผ่านความร่วมมือในด้านต่าง ๆ อาทิเช่น การค้าสินค้าเกษตรไทย-จีน การลงทุนระหว่างไทย-จีน และความร่วมมือเชื่อมโยงภูมิภาคภายใต้กรอบความร่วมมือต่าง ๆ (อนุภูมิภาคแม่น้ำโขง, อ่าวเป่ยปู้และแนวระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ)

ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยเชื่อมโยงกับจีนมากขึ้น ทำให้จีนเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยโดยเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของไทยและเป็นประเทศที่มีการนำเข้าเป็นอันดับ 2 ของไทย  มีการขยายตัวทางการค้าเพิ่มขึ้นปีละไม่น้อยกว่าร้อยละ 15  ในการนี้กรมการค้าต่างประเทศและหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์จึงมีแนวคิดร่วมกันในการกำหนดยุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทย-จีน โดยในเบื้องต้นเห็นควรกำหนดยุทธศาสตร์ดังกล่าว 2 ประการ คือ 1) ยุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนไทย-จีนระดับประเทศ ผ่านกลไกการดำเนินงานคณะกรรมการร่วมว่าด้วยความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีน (JC เศรษฐกิจ) และ 2) ยุทธศาสตร์กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนไทย-จีนระดับไทย-มณฑล/มหานคร ด้วยการดำเนินงาน 3 ส่วนควบคู่กัน คือ การส่งเสริมการค้าและการขยายตลาด การส่งเสริมการลงทุนสองฝ่าย/การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมร่วมกัน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว/วัฒนธรรม/สังคม

อธิบดีฯ  กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ สนับสนุนการจัดทำยุทธศาสตร์ความตกลงเป็น 2 ระดับ เนื่องจากปัจจุบันจีนมีการปกครองแบบกระจายอำนาจจากส่วนกลาง (Decentralization) รัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละมณฑล จึงมีอำนาจทางการบริหารค่อนข้างมาก อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างความคล่องตัวและลดขั้นตอน รัฐบาลระดับมณฑลจึงสามารถกำหนดนโยบาย และคิดค้นมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนแข่งขันกันในการดึงดูดทุนจากต่างชาติ นอกเหนือจากกฎระเบียบในระดับประเทศโดยมีรัฐบาลกลางเป็นผู้กำกับดูแลแล้ว รัฐบาลแต่ละมณฑลของจีนยังมีอำนาจในการออกกฎหรือระเบียบบังคับใช้ในระดับท้องถิ่นเองได้ ประกอบกับในแต่ละมณฑลของจีนมีประชากรจำนวนมากเป็นตลาดขนาดใหญ่ ดังนั้นการกำหนด 

ยุทธศาสตร์หรือทำความตกลง.../

  ยุทธศาสตร์หรือทำความตกลงกับจีนในทั้ง 2 ระดับจะทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปจีนได้รับความสะดวกมากขึ้น  ในขณะที่การจัดทำ MOU ระดับมณฑล/มหานคร จะต้องมีหน่วยงานกลางในการประสานกับจังหวัด   ต่าง ๆ เพื่อให้เนื้อหาของ MOU ของไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกันและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับประเทศเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการส่งออกของไทย

*************************************

แบ่งปัน

Facebook Twitter