ไทย-บังกลาเทศ จับมือลงนามต่ออายุ MOU ขายข้าวปีละ 1 ล้านตัน

29 มีนาคม 2556 | ผู้ชม 207 ครั้ง

 ไทย-บังกลาเทศ จับมือลงนามต่ออายุ MOU ขายข้าวปีละ 1 ล้านตัน

กระทรวงพาณิชย์ไทยและกระทรวงอาหารของบังกลาเทศร่วมลงนามต่ออายุบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายข้าว (MOU) ระหว่างไทย-บังกลาเทศ ออกไปอีก 3 ปี ไทยคาดส่งออกข้าวไปบังกลาเทศเพิ่มขึ้นโดยพร้อมเป็นแหล่งสำรองข้าวให้บังกลาเทศ

นายบุญทรง  เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการแก้ไขบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลบังกลาเทศเมื่อวันที่  29  มีนาคม  2556 ว่า การลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการแก้ไขบันทึกความเข้าใจฯ ครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการเดินทางเยือนบังกลาเทศร่วมกับคณะของนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนธันวาคม 2555 ซึ่งฝ่ายไทยได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาหารและการจัดการภัยพิบัติของบังกลาเทศ (H.E. Mr. Muhammad Abdur Razzaque) ในประเด็นการขยายระยะเวลาสิ้นสุดของ MOU ฉบับดังกล่าว โดยฝ่ายไทยไม่ขัดข้องที่จะขยายระยะเวลาสิ้นสุดของ MOU ตามที่ฝ่ายบังกลาเทศเสนอ ทั้งนี้ การลงนามข้อตกลงว่าด้วยการแก้ไขบันทึกความเข้าใจฯ เป็นการแก้ไขระยะเวลาการมีผลบังคับใช้ของบันทึกความเข้าใจฯ ฉบับเดิมที่รัฐบาลไทยกับรัฐบาลบังกลาเทศได้มีการจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 และมีผลบังคับใช้ระหว่างปี 2555-2556 โดยการลงนามต่ออายุ MOU นี้จะขยายระยะเวลาการมีผลบังคับใช้ออกไปอีก 3 ปี เป็นปี 2555-2559 ซึ่งยังคงเนื้อหาเดิมที่เป็นกรอบข้อตกลงกว้าง ๆ โดยรัฐบาลไทยและรัฐบาลบังกลาเทศ ตกลงที่จะซื้อขายข้าวนึ่งปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตันต่อปี โดยมีเงื่อนไขขึ้นอยู่กับสถานการณ์การผลิตข้าวของแต่ละประเทศ และระดับราคาซื้อขายในตลาดโลก ซึ่งในส่วนของการเจรจาซื้อขายข้าว รัฐบาลไทยจะมอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศเป็นหน่วยงานดำเนินการ ในขณะที่รัฐบาลบังกลาเทศจะมอบหมายให้หน่วยงานอาหารภายใต้กระทรวงอาหารเป็นหน่วยงานดำเนินการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ในแต่ละปีบังกลาเทศนำเข้าข้าวจากไทยเฉลี่ย ปีละประมาณ 178,000 ตัน ส่วนใหญ่เป็นข้าวนึ่ง ข้าวขาว 100% และข้าวหอมมะลิไทย และเมื่อปี 2554 กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวนึ่งแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) กับรัฐบาลบังกลาเทศ ปริมาณ 200,000 ตัน ทั้งนี้ในปัจจุบันปริมาณผลผลิตข้าวของบังกลาเทศอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการบริโภคข้าว โดยจะนำเข้าข้าวเฉพาะในบางปีที่ผลผลิตข้าวในประเทศประสบความ

เสียหายจากภัยธรรมชาติ.../

เสียหายจากภัยธรรมชาติ หรือเป็นการนำเข้าในลักษณะการสำรองข้าวเพื่อรักษาระดับราคาข้าวในตลาดภายในประเทศ อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลบังกลาเทศเสนอขอให้มีการต่ออายุบันทึกความเข้าใจฯ ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลบังกลาเทศออกไปอีกเป็นระยะเวลา 3 ปี จึงมีแนวโน้มว่าบังกลาเทศอาจนำเข้าข้าวจากไทยและต้องการให้ไทยเป็นแหล่งนำเข้าข้าวเพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหารในระยะยาว

************************************

แบ่งปัน

Facebook Twitter