ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของไต้หวัน
22 พฤษภาคม 2556 | ผู้ชม 537 ครั้ง
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของไต้หวัน
นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สำนักงาน Bureau of Environmental Protection Administration(EPA) ของรัฐบาลไต้หวัน ได้ริเริ่มการใช้ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Taiwan Product Carbon Footprint) มาตั้งแต่ปี 2552 เพื่อรณรงค์และเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนหันมาผลิตและบริโภคสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในสินค้าและบริการถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภครับทราบว่าการเลือกซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันของตนมีส่วนส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่าใด โดยข้อมูลบนฉลากจะแสดงตัวเลขปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนในด้านต่างๆ จากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ทั้งนี้ ฉลาก Taiwan Carbon Footprint เป็นฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3 ใช้หลักการประเมินวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment of Product) และต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานบุคคลที่ 3 เท่านั้น ดังรูป

นายทิฆัมพรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสการติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์มีแนวโน้มจะเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า/บริการของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายประเทศได้มีการนำคาร์บอนฟุตพริ้นท์มาใช้แล้ว เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส แคนาดา ญี่ปุ่น และเกาหลี เป็นต้น และได้มีการเรียกร้องให้สินค้านำเข้าจากต่างประเทศติดเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยได้ผ่านการรับรองให้ติดฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในสินค้า/บริการในประเทศคู่ค้าได้ ก็จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกด้วย
ปัจจุบัน สินค้าที่ EPA.../
ปัจจุบัน สินค้าที่ EPA ได้กำหนดหลักเกณฑ์เพื่อยื่นขอรับรองฉลากนั้นมีทั้งสิ้น 42 ประเภท (ข้อมูลล่าสุด 5 ธันวาคม 2555) อาทิ เช่น ครีมนวดผม รถจักรยาน นมสด น้ำผลไม้ ขวดน้ำ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำอัดลม กระดาษเคลือบผิว และขนมปัง เป็นต้น ซึ่งผู้ที่สนใจขอรับรองการติดฉลากฯ สามารถดูรายละเอียดโครงการและสมัครสมาชิกทางเว็บไซต์ http://cfp.epa.gov.tw โดยจะมีเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสาร ผู้สมัครจะต้องชำระเงินค่าตรวจสอบและค่าธรรมเนียม หลังจากเป็นสมาชิกแล้ว EPA จะคำนวณผลรวมของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ จากนั้นจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรองการติดฉลากฯ ผ่านทางเว็บไซต์ดังกล่าว
*******************************