กรมการค้าต่างประทศ ได้นำคณะผู้แทนภาคธุรกิจรองเท้าของไทยเยือนนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามระหว่างวันที่ ๕ – ๗ มิถุนายน ๒๕๕๖ ผลการเจรจาจับคู่ธุรกิจได้ยอดขายเกือบ ๑๐ ล้าน และสร้างพันธมิตรทางการค้า ขยายลู่ทางการค้าการลงทุน รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
คณะผู้แทนการค้าไทยครั้งนี้ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมการค้าต่างประเทศ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมศุลกากร หน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ สมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าไทย และผู้ประกอบการ ๓๔ บริษัท รวมทั้งสิ้น ๕๐ ราย โดยการจัดงาน Thailand – Vietnam Business Forum/Business Matching เจรจาจับคู่ธุรกิจ มีผู้ซื้อเวียดนามเข้าร่วมเจรจา ๕๐ ราย ผู้สื่อข่าวเวียดนาม ๑๕ คน โดยมีกงสุลใหญ่ ณ นครโฮจิมินห์(นางสาวพรรณพิมล สุวรรณพงศ์) เป็นประธานเปิดงาน ในการเจรจาธุรกิจครั้งนี้นายกสมาคมส่งเสริมอุตสาหกรรมรองเท้าไทย และรองนายกสมาคมเครื่องหนังและรองเท้าเวียดนามได้นำเสนอศักยภาพอุตสาหกรรมรองเท้าของทั้งสองประเทศ ผลการเจรจาประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจโดยประมาณการยอดสั่งซื้อเบื้องต้นของ ๗ บริษัท ประมาณเกือบ ๑๐ ล้านบาท และอีก ๑๗ บริษัท คาดว่าจะมียอดสั่งซื้อตามมา ในการเดินทางไปครั้งนี้คณะได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตรองเท้าอันดับ ๑ ของเวียดนาม ซึ่งผลิตรองเท้าส่งออกไปยุโรป สหรัฐฯ ปีละประมาณ ๑๒.๕ ล้านคู่ ทำให้ผู้ประกอบการไทยมองเห็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายธุรกิจโดยเฉพาะการผลิตหนังของไทยมีคุณภาพสูงเป็นที่ต้องการของเวียดนาม นอกจากนี้ คณะได้เดินทางไปศึกษา ดูงานด่านศุลกากรสากลม็อกบาย อยู่ห่างจากนครโฮจิมินห์ ๗๐กิโลเมตร และห่างจากกรุงพนมเปญ ๑๗๐ กิโลเมตร ท่าเรือขนส่งสินค้า ไซง่อน และรับฟังโอกาสและกลยุทธ์ในการขยายการค้าการลงทุนในเวียดนาม จากทูตพาณิชย์และนักธุรกิจไทยที่ประสบผลสำเร็จในเวียดนาม ผลจากการเดินทางครั้งนี้ ทำให้เกิดโอกาสและความเกื้อกูลทางธุรกิจของไทยและเวียดนาม ดังนี้
๑) เวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพในระยะยาว เหมาะที่จะลงทุน โดยมีปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ เป็นตลาดใหญ่มีประชากร ๙๐ ล้านคน โดยเป็นคนวัยหนุ่มสาว ร้อยละ ๖๐ การเมืองมีเสถียรภาพ เป็นแหล่งวัตถุดิบมีทรัพยากรธรรมชาติมากมาย มีเงินเข้าประเทศจากคนเวียดนามโพ้นทะเลปีละกว่า ๓ แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี เวียดนามเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก การทำตลาดไม่ง่าย โดยควรใช้ Joint Venture หรือส่งทีมงานเข้ามาประจำในเวียดนามเพื่อทำตลาดเอง ซึ่งจะประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ได้
๒) การจดทะเบียนธุรกิจใช้เวลาประมาณ ๑ ปี ต่อร้านค้าหนึ่งร้าน หากต้องการมีร้านค้าหลายร้าน
ควรอาศัยช่องทางการจัดจำหน่ายผ่าน Modern Trade ที่จดทะเบียนเป็นผู้ค้าปลีก ในกรณีที่ Modern Trade จดทะเบียนเป็นผู้ให้เช่าพื้นที่ การจัดจำหน่ายหลายสาขาทำได้โดยผ่าน local Distributor
๓) Modern Trade เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอัตราการขยายตังสูงมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็น
ของต่างชาติ เช่น Big C, Diamond, Lotte, Vincom เป็นต้น
๔) การขนส่งทางบก.../
-๒-
๕) การขนส่งทางบกในเวียดนามมีต้นทุนที่สูง เนื่องจากไม่มี logistic center การทำตลาดจึงต้องเลือกว่าจะทำการตลาดทางตอนเหนือหรือตอนใต้ การขนส่งสินค้าจากไทยไปเวียดนามในปัจจุบันส่วนใหญ่ใช้การขนส่งทางเรือ เนื่องจากใช้เวลาใกล้เคียงกับการขนส่งทางบกแต่ค่าใช้จ่ายต่ำกว่า
การจัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไทยครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจมาก ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมคณะฯ นอกจากจะได้คู่ธุรกิจ และสร้างพันธมิตรทางการค้าที่มีโอกาสพัฒนาเป็นคู่ค้าในอนาคต ยังมีโอกาสศึกษาลู่ทางการเข้าไปตั้งธุรกิจในเวียดนามด้วย ภาคธุรกิจที่ไปเห็นว่ารูปแบบการจัดคณะ/กิจกรรมตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจไทย และมีความประสงค์ขอให้กรมการค้าต่างประเทศจัดคณะผู้แทนการค้าการลงทุนไปเยือนประเทศในภูมิภาคอาเซียนอีก
********************************************
๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๖