ออสเตรเลียเปิดไต่สวน Safeguard สินค้าผลไม้ปรุงแต่งและสินค้ามะเขือเทศกระป๋อง

12 กรกฎาคม 2556 | ผู้ชม 148 ครั้ง

ออสเตรเลียเปิดไต่สวน Safeguard สินค้าผลไม้ปรุงแต่งและสินค้ามะเขือเทศกระป๋อง

  นางปราณี  ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2556 หน่วยงาน Productivity Commission ของประเทศออสเตรเลียได้ออกประกาศเปิดไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการปกป้อง (Safeguard Measure) การนำเข้าสินค้าอาหาร 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าผลไม้ปรุงแต่ง (Process Fruit Products) ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 2008.30 2008.40  2008.50 2008.70 2008.97 และ 2008.99 และสินค้ามะเขือเทศกระป๋อง (Canned Tomatoes)ตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ 2002.10.00.60 ที่มีแหล่งกำเนิดจากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ที่ผ่านมาไทยส่งออกสินค้าจำพวกผลไม้ปรุงแต่งไปทั่วโลกโดยเฉลี่ยปีละ 1.74 แสนตัน โดยมีตลาดส่งออกหลัก คือ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น แคนาดา มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ในขณะที่ออสเตรเลียเป็นตลาดส่งออกในลำดับที่ 12 มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 1.73 ของปริมาณการส่งออกโดยรวม สำหรับการส่งออกสินค้ามะเขือเทศกระป๋อง พบว่า ไทยส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉลี่ยปีละ 400.94 ตันเท่านั้น โดยมีตลาดหลัก คือ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไนจีเรีย และมอริเชียส ในขณะที่ออสเตรเลียเป็นตลาดส่งออกในลำดับที่ 11 มีสัดส่วนร้อยละ1.12 ของปริมาณการส่งออกโดยรวม

หากพิจารณาปริมาณการนำเข้าสินค้าผลไม้ปรุงแต่งและสินค้ามะเขือเทศกระป๋องจากไทยของออสเตรเลีย จะพบว่า มีสัดส่วนการนำเข้าทั้งสองสินค้าจากไทยน้อยมากโดยไม่ถึงร้อยละ 1.00 ของปริมาณการนำเข้าโดยรวม จึงอาจกล่าวได้ว่า ปริมาณการนำเข้าสินค้าจากไทยไม่มีนัยสำคัญจนสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง(Serious Injury) ต่ออุตสาหกรรมภายในออสเตรเลีย

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศได้กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่สัดส่วนปริมาณการนำเข้าจากประเทศไทยอยู่ในระดับที่ต่ำมาก คือ ต่ำกว่าร้อยละ 3.00 ของปริมาณการนำเข้ารวมของออสเตรเลีย จะเป็นผลดีที่ทำให้สินค้าของไทยได้รับการยกเว้นการใช้มาตรการปกป้องจากออสเตรเลียตามความตกลงภายใต้ WTO อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการรักษาประโยชน์ให้แก่ผู้ผลิต/ผู้ส่งออกของไทยในอุตสาหกรรมอาหาร กรมการค้าต่างประเทศได้นำประเด็นดังกล่าวหารือกับที่ปรึกษาด้านกฎหมายในต่างประเทศและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะทำหนังสือแสดงข้อคิดเห็น/ข้อโต้แย้งไปยังหน่วยงานของออสเตรเลีย และจะเร่งติดตาม ตลอดจนศึกษาผลกระทบจากการประกาศเปิดไต่สวนมาตรการปกป้องสินค้าดังกล่าวต่อไป

**************************************

12  กรกฎาคม  2556

แบ่งปัน

Facebook Twitter