EU อนุญาตให้ใช้ซางข้าวโพดชนิดผง (Powdered Corn Cop) เป็นส่วนผสมในสารเคมีกำจัดหนู

27 สิงหาคม 2556 | ผู้ชม 170 ครั้ง

EU อนุญาตให้ใช้ซางข้าวโพดชนิดผง (Powdered Corn Cop) เป็นส่วนผสมในสารเคมีกำจัดหนู

  นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2556 สหภาพยุโรปได้ออก Commission Directive 2013/44/EU แก้ไขDirective 98/8/EC เพื่ออนุญาตให้ใช้ซางข้าวโพดชนิดผง (Powdered corn cop) เป็นส่วนผสมในสารเคมีกำจัดหนู (Rodenticides) เนื่องจากพบว่าไม่ส่งผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์อื่นๆที่ไม่ใช่เป้าหมาย และสิ่งแวดล้อม โดยระเบียบดังกล่าวได้ระบุให้รวมซางข้าวโพดชนิดผงเข้าเป็นสารออกฤทธิ์ (Active Substance) ในส่วน Annexes I and IA ของ Directive 98/8/EC ซึ่งจะมีสภาพบังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2556 เป็นต้นไป มีรายละเอียดสรุปดังนี้

1.  เพิ่มรายการต่อไปนี้ลงใน Annex I ของ Directive 98/8/EC

 

รายการที่

 

 

ชื่อสามัญ

 

ชื่อIUPAC

ระดับความบริสุทธิ์ต่ำสุดของสารออกฤทธิ์

 

วันเริ่ม

การอนุญาต

ต้องปฎิบัติตามArticle 16(3)ภายใน

 

วันสิ้นสุดการอนุญาต

 

ชนิดของผลิตภัณฑ์

 

 

ข้อกำหนดเฉพาะ

‘67

ซางข้าวโพดชนิดผง

Not allocated

1,000 g/kg

1 กุมภาพันธ์2558

31 มกราคม2560

31 มกราคม 2568

14

เมื่อต้องทำการประเมินคำยื่นขออนุญาตผลิตภัณฑ์ตามArticle 5และAnnex VIประเทศสมาชิกต้องประเมินการใช้งาน หรือ สถานการณ์ที่ต้องสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ความเสี่ยงต่อประชากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ได้กล่าวถึงในการประเมินthe Union level risk assessment’

 

  

2.  เพิ่มรายการต่อไปนี้ลงใน…/

  

2.  เพิ่มรายการต่อไปนี้ลงใน Annex IA ของ Directive 98/8/EC

 

รายการที่

 

 

ชื่อสามัญ

 

ชื่อIUPAC

ระดับความบริสุทธิ์ต่ำสุดของสารออกฤทธิ์

 

วันเริ่ม

การอนุญาต

ต้องปฎิบัติตามArticle 16(3)ภายใน

 

วันสิ้นสุดการอนุญาต

 

ชนิดของผลิตภัณฑ์

 

 

ข้อกำหนดเฉพาะ

‘3

ซางข้าวโพดชนิดผง

Not allocated

1,000 g/kg

1 กุมภาพันธ์2558

31 มกราคม2560

31 มกราคม 2568

14

ประเทศสมาชิกต้องทำให้มั่นใจว่าการจดทะเบียนเป็นไปตามเงื่อนไขต่อไปนี้:

-สำหรับการใช้งานในรูปแบบแพลเล็ท(Pellets)ในที่แห้งเท่านั้น’


นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกจะต้องออกกฎระเบียบและข้อบังคับที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับ       กฎระบียบฉบับนี้ ภายในวันที่ 31 มกราคม 2557 รวมทั้งจะต้องแจ้งในส่วนเนื้อหาของกฎระเบียบและข้อบังคับแก่คณะกรรมาธิการยุโรปทันที และต้องบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เป็นต้นไป

ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Official Journal of the European Union L 204/49, 31.7.2013

**************************************

ที่มา:      Official Journal of the European Union L 204/49, 31.7.2013

27  สิงหาคม  2556 

แบ่งปัน

Facebook Twitter