EU แก้ไขการใช้สารสกัดจากดอกโรสแมรี่ในเนื้อสัตว์ไขมันต่ำบางชนิด และผลิตภัณฑ์จากปลา

27 สิงหาคม 2556 | ผู้ชม 324 ครั้ง

EU แก้ไขการใช้สารสกัดจากดอกโรสแมรี่ในเนื้อสัตว์ไขมันต่ำบางชนิด และผลิตภัณฑ์จากปลา

  นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 723/2013 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2556 เพื่อแก้ไข Annex II ของ Regulation (EC) No 1333/2008 ในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้สารสกัดจากดอกโรสแมรี่ (Extracts of rosemary) E 392 ในเนื้อสัตว์ไขมันต่ำบางชนิดและผลิตภัณฑ์จากปลา เนื่องจากสารสกัดจากดอกโรสแมรี่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งสามารถลดการออกซิเดชั่นของเนื้อสัตว์ได้ จึงถูกนำมาใช้ในกระบวนการเตรียมเนื้อสัตว์เพื่อช่วยให้เนื้อสัตว์คงความสดได้นานขึ้น ทั้งนี้ ระเบียบการแก้ไขการใช้สารดังกล่าวจะมีสภาพบังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2556 เป็นต้นไป สามารถสรุปรายละเอียดได้ดังนี้

1. อาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูปที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการให้ความร้อน (Non-heat-treated processed meat)

สามารถใช้สารสกัดจากดอกโรสแมรี่ได้ไม่เกิน 15 mg/kg สำหรับเนื้อสัตว์ที่มีไขมันไม่เกิน 10% ยกเว้นไส้กรอกแห้ง (Dried sausages) และใช้ได้ไม่เกิน 150 mg/kg สำหรับเนื้อสัตว์ที่มีไขมันมากกว่า 10% ยกเว้นไส้กรอกแห้ง (Dried sausages)

2. อาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูปที่ผ่านกระบวนการให้ความร้อน (Heat-treated processed meat)

สามารถใช้สารสกัดจากดอกโรสแมรี่ได้ไม่เกิน 15 mg/kg สำหรับเนื้อสัตว์ที่มีไขมันไม่เกิน 10% ยกเว้นไส้กรอกแห้ง (Dried sausages) และใช้ได้ไม่เกิน 150 mg/kg สำหรับเนื้อสัตว์ที่มีไขมันมากกว่า 10% ยกเว้นไส้กรอกแห้ง (Dried sausages)

3. อาหารประเภทปลาแปรรูปและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (Fishery products) รวมถึงสัตว์น้ำจำพวกหอย (Molluscs) และสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง (Crustaceans)

สามารถใช้สารสกัดจากดอกโรสแมรี่ได้ไม่เกิน 15 mg/kg สำหรับผลิตภัณฑ์ปลาและสัตว์น้ำรวมถึงสัตว์น้ำจำพวกหอย (Molluscs) และสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง (Crustaceans) ที่มีไขมัน  ไม่เกิน 10% และใช้ได้ไม่เกิน 150 mg/kg สำหรับสำหรับผลิตภัณฑ์ปลาและสัตว์น้ำรวมถึงสัตว์น้ำจำพวกหอย(Molluscs) และสัตว์น้ำที่มีเปลือกแข็ง (Crustaceans) ที่มีไขมันมากกว่า 10%

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจ.../

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลโดยละเอียดเพิ่มเติมได้ใน Official Journal of the European Union L 202/8, 27.7.2013

 

*************************************

27  สิงหาคม  2556

 

ที่มา:      Official Journal of the European Union L 202/8, 27.7.2013

แบ่งปัน

Facebook Twitter