กรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนา "ภาคเหนือรุ่ง มุ่งสู่ AEC"
10 กันยายน 2556 | ผู้ชม 155 ครั้ง
กรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนา "ภาคเหนือรุ่ง มุ่งสู่ AEC"
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน กรมการค้าต่างประเทศจึงเห็นควรกระตุ้นให้ภาคเอกชนเกิดความตื่นตัวเห็นความสำคัญและเตรียมพร้อมสำหรับตลาดประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น จึงได้กำหนดจัดงานสัมมนาในหัวข้อ “ภาคเหนือรุ่ง มุ่งสู่AEC” ในวันอังคารที่ 24 กันยายน 2556 ณ โรงแรมสีหราชจังหวัดอุตรดิตถ์
ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันดีว่าแหล่งที่มาของรายได้ประชาชาติของประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากภาคการค้าและบริการโดยเฉพาะ “การส่งออก” จัดได้ว่าเป็นแหล่งรายได้อันดับหนึ่ง ในขณะที่หลายฝ่ายมองว่าตลาดอาเซียนกำลังก้าวเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของโลกตัวใหม่ ถนนทุกสายกำลังมุ่งหน้าสู่อาเซียนไม่ว่าจะเป็น การค้า การลงทุน รวมถึงเงินทุน กำลังผลักดันทิศทางเศรษฐกิจโลกให้เข้าสู่ยุคสมัยแห่งอาเซียนอย่างแท้จริง ซึ่งไทยต้องใช้ประโยชน์จากยุคสมัยแห่งอาเซียนให้เต็มประสิทธิภาพด้วยการแสวงหาโอกาสทางการค้าที่ปรากฏขึ้นตามพรมแดนของประเทศ
การค้าชายแดนก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งต่ำและเป็นแหล่งระบายสินค้าของไทยจากจังหวัดต่างๆ ตลอดจนเป็นช่องทางในการหาวัตถุดิบเพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าในประเทศ ซึ่งปัจจุบันการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนรวม ในปี 2556 (ม.ค.-มิ.ย.) 508,129.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาด้วยยอดการส่งออกมูลค่า 306,356.17 ล้านบาท ประเทศอาเซียนเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทยโดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ภาษีนำเข้าในประเทศอาเซียนได้ลดลงเหลือ 0 โดยเฉพาะสินค้าไทยที่มีศักยภาพ ได้แก่ ยางพารา เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า เครื่องสำอาง เครื่องหอม เป็นต้น อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและปรับกลยุทธ์เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันตลอดเวลาเพื่อรองรับการแข่งขันทางการค้าที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้นด้วย
จังหวัดอุตรดิตถ์…/
จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นจังหวัดหนึ่งที่มีพรมแดนติดกับประเทศสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี การเดินทางค้าขายระหว่างกันสามารถทำได้สะดวกผ่านด่านถาวรภูดู่-ด่านท้องถิ่นผาแก้ว ซึ่งจากจุดดังกล่าวสามารถเดินทางไปนครหลวงเวียงจันทร์ด้วยระยะทางเพียง 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง ซึ่งหากสะพาน แห่งนี้สร้างเสร็จ คาดว่าต่อไปนักธุรกิจ นักลงทุนและนักท่องเที่ยวจากภาคเหนือจะหลั่งไหลผ่านด่านภูดู่ เพื่อไปค้าขายลงทุน และท่องเที่ยวยังเมืองเวียงจันทร์ เมืองหลวงพระบาง และเมืองสำคัญอื่น ๆ กันเป็นจำนวนมาก
การจัดสัมมนาในครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการค้าการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการ สนับสนุนผู้ประกอบการที่สนใจจะเข้าไปทำธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของไทย และส่งเสริมโอกาสการขยายตัวทางการค้า การลงทุน และโลจิสติกส์ของไทยในกลุ่มประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับทราบข้อมูลและแนวคิดใหม่ๆ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักความร่วมมือการค้าและการลงทุน โทร. 0-2547-4732
*************************************
10 กันยายน 2556