ไทยยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นขจัดการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมง
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการค้าสินค้าประมง อันเนื่องมาจากปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ ซึ่งหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย โดย ประธานคณะกรรมการธุรกิจการประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (ดร. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์) ได้ร่วมกับสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้าสินค้าประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องทุกภาคส่วน ได้ร่วมกันจัดตั้งสมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย (Thai Fishery Producers Coalition : TFPC) ประกอบด้วย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมกุ้งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย เป็นต้น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง มีการจ้างงาน รวมทั้งหมดกว่า 1 ล้านคน นำรายได้เข้าสู่ประเทศปีละกว่า ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ และคิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP (Gross Domestic Product) เฉลี่ยร้อยละ 1.2 ต่อปี
ในการนี้ สมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทยซึ่งเป็นผู้ส่งออกสินค้าประมงทั้งหมดของไทย จะร่วมกันประกาศเจตจำนงค์ “หยุดใช้แรงงานประมงผิดกฎหมาย” ในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2556 เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ โดยมีนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เป็นประธาน ซึ่งกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับภาคเอกชน ได้ร่วมกันดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้ระบบ GLP (Good Labour Practice) มาตรฐานGMP/HACCP (Good Manufacturing Practice/Hazard Analysis and Critical Control Points) และระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) โดยเฉพาะการประกาศเจตจำนงค์ร่วมกันในการรับซื้อวัตถุดิบประมงจากแพปลา โรงงานและสถานแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (ล้ง) ที่มีการใช้แรงงานถูกต้อง
อย่างไรก็ดี จากการที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้จัดระดับให้ไทยอยู่ใน Tier 2 Watch Listเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ในรายงานการค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report: TIP Report) และสหภาพยุโรปได้นำประเด็นแรงงานเข้ารวมอยู่ในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (Thai-EU FTA) ไทยจึงต้องเร่งแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกปรับลดระดับลง ในปี 2557 ซึ่งจะมีผลให้ถูกระงับการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ รวมทั้ง GSP
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ กล่าวเพิ่มเติมว่า…/
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อแสดงความมุ่งมั่นและเจตนารมณ์ของไทยให้ประเทศต่าง ๆ ได้เห็นว่า ภาคอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องของไทย ได้รวมพลังเร่งต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์ เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้แรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของสินค้าประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจให้กับประเทศคู่ค้าและผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับปัญหาการค้ามนุษย์และสิ่งแวดล้อม เป็นผลดีต่อการนำเข้าและการบริโภคอาหารทะเลของไทย
ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกสินค้าประมงและผลิตภัณฑ์เฉลี่ย (ปี พ.ศ. 2553-2555) ปีละ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.5 ของการส่งออกสินค้าทั้งหมดของไทย โดยเป็นการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย มีการส่งออกเฉลี่ยปีละกว่า ๒,๒๙๐ ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ ๑,๑๓0 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 28.84 และ 14.25 ตามลำดับ ซึ่งการส่งออกทั้งหมดเป็นการส่งออกจากสมาชิกสมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงทั้งสิ้น
*************************************
31 ตุลาคม 2556