นางสาวปานจิตต์ พิศวง รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศประสบความสำเร็จในการส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยใช้บริการอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากการเข้าสู่ AEC ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศมียอดการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์สูงสุดในรอบ 10 เดือนของปี 2556 ถึง 864,638 ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.71 เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม ศกนี้
การให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมการค้าต่างประเทศ มี 2 แบบ ได้แก่ 1) การให้บริการผ่าน Website (dft.go.th) มีทั้งสิ้น 803,853 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 96.6 แบ่งเป็นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าและใบอนุญาตส่งออก-นำเข้าสินค้า 612,539 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 71) และการสืบค้นข้อมูลด้านกฏ ระเบียบ ประกาศต่าง บยๆ 191,314 ครั้ง (คิดเป็นร้อยละ 22.1) 2) การให้คำแนะนำทางโทรศัพท์ผ่าน Call Center (โทร.1385) และหน่วยงานของกรมฯ มี 60,785 ครั้ง หรือคิดเป็นร้อยละ 1.3
รองอธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ให้บริการออกหนังสือสำคัญการส่งออก-นำเข้าด้วยระบบ Digital Signature เพื่อให้ความสะดวก ช่วยลดระยะเวลาการรอผลการพิจารณา ลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอพร้อมส่งเอกสารหลักฐานผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด การให้บริการตรวจและรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (ROVERs) ก่อนการขอใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรที่ครอบคลุมทุกระบบ GSP GSTP และ FTA และนำร่องระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Self-Certification) กับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไปอาเซียน นอกจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศยังให้ความสำคัญต่อการให้บริการจัดตั้งสำนักงานการค้าต่างประเทศ(สคต.)ในพื้นที่ยุทธศาสตร์
การค้าชายแดนทั่วประเทศ 10 เขตด้วย…/
การค้าชายแดนทั่วประเทศ 10 เขตด้วย ได้แก่ สคต.เขต 1 (เชียงใหม่) สคต.เขต 2 (หาดใหญ่) สคต.เขต 3 (ชลบุรี) สคต.เขต 4 (สระแก้ว) สคต.เขต 5 (หนองคาย) สคต.เขต 6 (เชียงราย) สคต.เขต 7 (ศรีสะเกษ) สคต.เขต 8 (ตาก) สคต.เขต 9 (มุกดาหาร) และสคต.เขต 10 (กาญจนบุรี)
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dft.go.th หรือ สอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วน 1385
***************************************
26 พฤศจิกายน 2556