ไทยครองแชมป์ในอาเซียนนำเข้า/ส่งออกเพชรดิบ

06 มิถุนายน 2556 | ผู้ชม 464 ครั้ง

ไทยครองแชมป์ในอาเซียนนำเข้า/ส่งออกเพชรดิบ

  ไทยนำเข้าและส่งออกเพชรดิบภายใต้หนังสือรับรอง Kimberley Process Certificate (KPC) มากที่สุดในอาเซียน ส่งผลดีในการเป็นศูนย์กลางการค้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในภูมิภาค สร้างแรงงานฝีมือของไทยได้เพิ่มการจ้างงาน นำรายได้เข้าสู่ประเทศ

นางสาวปานจิตต์  พิศวง  รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศได้มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุม Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) ครั้งที่ 12 ประจำปี 2556 ณ กรุงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยการประชุมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตาม ควบคุมการนำเข้า/ส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไน โดยการออกหนังสือรับรองการนำเข้าและการส่งออกเพชรดิบ (KPC) ของประเทศสมาชิกที่ปัจจุบันมีจำนวน 73 ประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางในการป้องกันปัญหาการลักลอบค้าเพชรดิบ (Conflict.Diamonds) เพื่อนำเงินไปสนับสนุนการสู้รบของกลุ่มกบฎในกลุ่มประเทศแถบแอฟริกา  ทั้งนี้ การจัดประชุมภายใต้กรอบความตกลงนี้ จัดขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2546  โดยในปี 2557 จะมีการจัดประชุมกรอบความตกลงดังกล่าวที่นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า ในการนำเข้าและส่งออกเพชรดิบทุกรายการ ประเทศสมาชิกต้องมีการออกหนังสือรับรอง KPC เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดการนำเข้า/ส่งออก เพชรดิบที่ต้องระบุแหล่งกำเนิด ปริมาณ น้ำหนักของเพชรฯ และจำนวนกะรัตอย่างชัดเจน รวมถึงมีระบบอิเล็กทรอนิกส์กลางของ KPC.บันทึกข้อมูลการนำเข้า/ส่งออก ของประเทศสมาชิกพร้อมทั้งจัดส่งรายงานสถิตินำเข้า/ส่งออก เพชรดิบประจำปีให้กับสำนักงานเลขาธิการ KP เพื่อตรวจสอบสถิตินำเข้า/ส่งออกเพชรดิบของประเทศคู่ค้าให้ถูกต้องตรงกัน fดังนั้น การที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกภายใต้กรอบ KPCS.แสดงให้เห็นว่าไทยไม่สนับสนุนการค้าเพชรดิบที่ไม่ถูกต้อง (Conflict Diamonds) ประกอบกับประเทศไทยมีแรงงานที่มีทักษะชั้นสูงในการเจียระไนเพชร รวมถึงการออกแบบ อัญมณีและเครื่องประดับ จึงจำเป็นที่ไทยจะต้องปฏิบัติตามหลักสากลในการนำเข้าวัตถุดิบตาม KPCS ด้วย

ในปี 2555 ประเทศไทยนำเข้าเพชรดิบตามหนังสือรับรอง Kimberley Process Certificate (KPC) จำนวน 924 ใบ มีปริมาณ 458.88 กะรัต คิดเป็นมูลค่า 401.1.ล้านเหรียญสหรัฐฯ และออกหนังสือรับรอง KPC.ในการส่งออกเพชรดิบจำนวน 628 ใบ มีปริมาณ 385.31 กะรัต คิดเป็นมูลค่า 153.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของการออกหนังสือรับรอง KPC.ของประเทศสมาชิกทั้งหมด  ซึ่งถือว่ามีการออกหนังสือรับรอง KPC มากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียน ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกเพชรดิบคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของการส่งออกเพชรฯทั้งหมดในตลาดโลก  สำหรับการส่งออกเครื่องประดับที่ทำจากเพชรของไทยระหว่างเดือน มกราคม-กันยายน 2556  ทำรายได้ให้แก่ประเทศคิดเป็นมูลค่า 38,658.61 ล้านบาท.โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญทั้งในการนำเข้าและส่งออกคือประเทศเบลเยี่ยมและอิสราเอล ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมการค้าต่างประเทศ สายด่วน 1385 หรือ www.dft.go.th

***********************************

6  ธันวาคม  2556


แบ่งปัน

Facebook Twitter