คต.ผลักดันให้ใช้ทางเลือกใหม่ในการขอหนังสือสำคัญฯ
12 ธันวาคม 2556 | ผู้ชม 478 ครั้ง
คต.ผลักดันให้ใช้ทางเลือกใหม่ในการขอหนังสือสำคัญฯ
กรมการค้าต่างประเทศ เร่งผลักดันให้ผู้ประกอบการหันมาขอหนังสือสำคัญการส่งออก – นำเข้าสินค้าด้วยระบบ Digital Signature และระบบ Electronic Signature and Seal ให้มากยิ่งขึ้น
ในปี 2555 กรมฯ ออกหนังสือสำคัญการส่งออก – นำเข้าสินค้า รวมทั้งสิ้น 1,016,650 ฉบับ ในจำนวนนี้เป็นการออกด้วยระบบ Digital Signature 61,361 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 6.04 สำหรับปี 2556 (ต.ค. 55 – ก.ย. 56) มียอดการให้บริการออกหนังสือสำคัญฯ รวมทั้งสิ้น 1,063,834 ฉบับ ออกด้วยระบบ Digital Signature รวม 97,617 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 9.18
คต. ได้พัฒนาระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จากระบบ EDI เป็น ระบบ Digital Signature เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง ปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลมากขึ้น ระบบนี้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบคำขอฯ และแจ้งผลให้ทราบก่อนที่ผู้ประกอบการมารับหนังสือสำคัญฯ ทำให้ระยะเวลาขอรับหนังสือสำคัญฯ ที่หน่วยงานของกรมการค้าต่างประเทศ ลดลงเหลือเพียงประมาณ ๑๕ นาที/ฉบับ
อีกทั้ง คต. ได้พัฒนาต่อยอดจากระบบ Digital Signature โดยการปฏิรูประบบการทำงานจากเดิมซึ่งผู้ประกอบการและเจ้าหน้าที่สามารถลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signature and Seal) บนแบบพิมพ์หนังสือรับรองฯ แทนการลงลายมือชื่อและตราประทับ แบบสด โดยระบบฯ จะบันทึกลายมือชื่อและตราประทับสำคัญฯ อิเล็กทรอนิกส์ของผู้ประกอบการและ/หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ลงลายมือชื่อและเจ้าหน้าที่ผู้อนุมัติเก็บไว้ในฐานข้อมูลของกรมฯ และดึงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวมาประทับให้โดยอัตโนมัติ เป็นการช่วยลดระยะเวลาการรอผลการพิจารณาและรับหนังสือรับรองฯ จากเดิม 15 นาที/ฉบับ เป็น 10 นาที/ฉบับ เพิ่มความสะดวกในการรับ – ส่งข้อมูล เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดที่ส่งมาที่กรมฯ จะถูกเข้ารหัสไว้ ช่วยป้องกันการปฏิเสธความรับผิดชอบของผู้ที่ส่ง หรือผู้รับข้อมูล ในการปฏิเสธว่าตนไม่ได้ส่งหรือไม่ได้รับ และช่วยยืนยันตัวบุคคลผู้ส่งหรือผู้สร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ของคำขอหนังสือรับรองฯ พร้อมเอกสารแนบประกอบการพิจารณา ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ที่จะเข้ามาสร้างความแตกต่างให้กับงานบริการ
ทั้งนี้ คต. ได้เริ่มโครงการนำร่องการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ (ESS) บนแบบพิมพ์หนังสือรับรองฯ สำหรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ประเภท อาเซียน – ออสเตรเลีย – นิวซีแลนด์ (Form AANZ) เฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งประเภท เจเทปป้า (Form JTEPA) และประเภท อาเซียน – ญี่ปุ่น (Form AJCEP) เฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ประเภท เอฟ ที เอ ไทย – ออสเตรเลีย (Form FTA Thai – Australia) โดยเปิดให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารศึกษารายละเอียดได้จาก เว็ปไซด์ http://edi.dft.go.th หรือhttp://edi2.dft.go.th หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ของสำนักบริการการค้าต่างประเทศได้โดยตรงที่โทรศัพท์ ๐๒-๕๔๗-๔๘๓๘ , ๐๒-๕๔๗-๔๘๓๐ , 02-547-4827 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ ๑๓๘5
************************************
๑๒ ธันวาคม ๒๕๕๖