พาณิชย์เตือนผู้ส่งออกไทยเร่งปรับตัว หลังถูกระงับสิทธิ GSP อียู
27 ธันวาคม 2556 | ผู้ชม 256 ครั้ง
พาณิชย์เตือนผู้ส่งออกไทยเร่งปรับตัว หลังถูกระงับสิทธิ GSP อียู
นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ตามที่สหภาพยุโรปได้เปลี่ยนแปลงเกณฑ์การให้สิทธิ GSP ใหม่ โดยมุ่งเน้นการให้สิทธิ GSP แก่ประเทศที่มีความต้องการอย่างแท้จริง (Countries most in need) ซึ่งจะมีการระงับสิทธิฯ ประเทศที่ถูกจัดอันดับโดยธนาคารโลกให้อยู่ในกลุ่มที่มีรายได้ประชาชาติต่อหัวอยู่ในเกณฑ์ High Income Countries และ Upper Middle Income Countries เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะมีการทบทวนและประกาศรายชื่อประเทศที่ได้รับสิทธิฯ ภายในวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี นั้น
ล่าสุดคณะกรรมาธิการยุโรปได้ออกประกาศระเบียบ Commission Delegated Regulation (EU) No../.. of 30.10.2013 amending Annexxes I, II, and IV of Regulation (EU) No 978/2012 applying a scheme of generalised tariff preferences เพื่อปรับปรุงรายชื่อประเทศผู้ได้รับสิทธิ GSP แล้ว โดยระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ตามระเบียบดังกล่าวมีรายชื่อประเทศที่ถูกตัดสิทธิ GSP เนื่องจากมีรายได้เกินกว่าระดับ Upper Middle Income Countries เป็นระยะเวลา 3 ปี ติดต่อกัน (ตั้งแต่ปี 2554-2556) จำนวน 4 ประเทศ ได้แก่ จีน เอกวาดอร์ มัลดีฟส์ และไทย โดยประเทศที่ถูกระงับสิทธิฯ ตามหลักเกณฑ์นี้จะมีระยะเวลาในการปรับตัว 1 ปี หลังจากระบียบดังกล่าวมีผลบังคับใช้ กล่าวคือประเทศดังกล่าวจะสามารถใช้สิทธิGSP ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2557
รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่าเนื่องจากประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับรายได้ของไทยเพิ่มขึ้นไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (Upper Middle Income countries) ตามการจัดอันดับของธนาคารโลก มาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์การระงับสิทธิ GSP ของสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดี ประเทศที่เป็นคู่แข่งสำคัญของไทย เช่น จีน ก็ถูกระงับสิทธิฯ เช่นกัน จึงคาดว่าไทยจะไม่สูญเสียความสามารถในการแข่งขันมากนัก และเพื่อให้ไทยยังคงสามารถรักษาส่วนแบ่งในตลาดยุโรปไว้ได้อย่างถาวรผู้ประกอบการไทยควรเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันโดยการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานสินค้าให้ได้ตามระดับสากล เนื่องจากไทยอาจไม่สามารถพึ่งพิงความได้เปรียบในด้านราคาแต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 0-25474819 หรือ DFT Center โทร. 1385 หรือทางเว็บไซด์ www.dft.go.th
**************************************
27 ธันวาคม 2556