สหภาพยุโรปแก้ไขระเบียบค่าสูงสุดของสารแคตเมียมและสารปรอทในแบตเตอรี่
09 มกราคม 2557 | ผู้ชม 1001 ครั้ง
สหภาพยุโรปแก้ไขระเบียบค่าสูงสุดของสารแคตเมียมและสารปรอทในแบตเตอรี่
คณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศออกกฎระเบียบ Directive 2013/56/EU เพื่อแก้ไขDirective 2006/66/EC เกี่ยวกับสินค้าแบตเตอรี่ หม้อแบตเตอรี่และซากแบตเตอรี่ โดยการกำหนดปริมาณสูงสุดสำหรับสารอันตรายดังกล่าวที่อนุญาตให้มีได้จำกัดปริมาณของสารปรอทและสารแคดเมียม ที่ใช้ในการผลิตสินค้าแบตเตอรี่ทุกชนิด รวมถึงแบตเตอรี่พกพา โดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป จะต้องออกกฎหมายให้สอดคล้องกับข้อกำหนดฉบับใหม่ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2556 และประเทศสมาชิกสหภาพฯ จะมีการปรับกฎระเบียบภายในวันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป
กฎระเบียบฉบับเดิม(Directive 2006/66/EC) เกี่ยวกับแบตเตอรี่ หม้อแบตเตอรี่ที่ห้ามบรรจุสารแคดเมียม มากกว่าร้อยละ0.002 ต่อน้ำหนัก หรือแบตเตอรี่ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีสารแคดเมียมประกอบอยู่ได้ไม่เกิน 0.02 กรัม ไม่รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้กับเครื่องมือไฟฟ้าที่ไร้สาย เช่น ไขควง เลื่อยและสว่าน เป็นต้นเนื่องจากเครื่องมือไฟฟ้าดังกล่าวมีการบรรจุแบตเตอรี่ก้อนเล็กๆ(button cells) ซึ่งมีสารปรอทต่ำ อย่างไรก็ตาม สารแคดเมียมเป็นสารที่อันตรายต่อชีวิตสุขภาพอนามัยของมนุษย์และได้พัฒนาไปสู่การเป็นส่วนประกอบทางเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เช่น โลหะนิกเกิล(nickel-metal) ไฮดรายด์(hydride) และ ลิเธียมไอออน(lithium-ion) และในปี 2555ได้เคยมีแนวคิดข้อเสนอให้ยกเลิกข้อยกเว้นกับแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ไร้สายมาแล้วด้วย ในส่วนของสารปรอท ต้องน้อยกว่าร้อยละ 2 ต่อน้ำหนัก หรือแบตเตอรี่ น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จะมีสารปรอทได้ไม่เกิน 20 กรัม โดยส่วนมากใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น นาฬิกา ของเล่นเด็กและอุปกรณ์รีโมท เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปสู่แบตเตอรี่ไร้สารปรอท เป็นต้นและเมื่อพิจารณาข้อกำหนดใหม่(Directive 2013/56/EU) ในส่วนของการกำหนดปริมาณสูงสุดสำหรับสารแคดเมียมและสารปรอทที่อนุญาตให้มีได้ในสินค้าแบตเตอรี่ สรุปดังนี้
|
ข้อกำหนดใหม่(Directive 2013/56/EU) :สินค้า
|
แบตเตอรี่พกพา/หม้อแบตเตอรี่(portable batteries and accumulators)
|
ก้อนแบตเตอรี่(button cells)
|
ซากแบตเตอรี่
(waste batteries and accumulators)
|
|
สารเคมี(Element) :สารเคมีอันตราย
|
สารแคดเมียม
|
สารปรอท
|
สารเคมีอันตราย
|
|
เงื่อนไขบังคับ
|
น้อยกว่า/เท่ากับร้อยละ 0.002 ต่อน้ำหนัก
|
น้อยกว่า/เท่ากับ ร้อยละ 0.0005 ต่อน้ำหนัก
|
1.ประเทศสมาชิกติดตามกระบวนการผลิตและการขจัดซากฯของผู้ประกอบการดังกล่าว
2.จดทะเบียนผู้ผลิตสินค้ากับประเทศสมาชิกที่มีการวางจำหน่ายสินค้าดังกล่าว
|
|
วันเริ่มมีผลบังคับ
|
31 ธันวาคม 2559
|
1 ตุลาคม2558
|
1 กรกฎาคม 2558
|
|
ข้อจำกัด/ทางเลือก/แนวโน้ม
|
หากวางจำหน่ายก่อนวันมีผลบังคับ จะสามารถจำหน่ายได้จนกระทั้งสินค้าขายหมดจากท้องตลาด
|
ทบทวนอีกครั้งก่อน
1 ตุลาคม 2557
|
-
|
กรมการค้าต่างประเทศ ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในปี2553-2555 ไทยส่งสินค้าแบตเตอรี่ไปสหภาพยุโรป คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยปีละประมาณ 900 ล้านบาทและในปี 2556(ม.ค.– ต.ค.) การส่งสินค้าแบตเตอรี่ไปสหภาพยุโรป มีมูลค่า 1,770 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก http://www.hktdc.com
*****************************************
ที่มา : 1.www.hktdc.com/Research
2. www.moc.go.th
3. http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ
9 มกราคม 2557