EU กำหนดค่าสูงสุดของสารปนเปื้อน Citrinin ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทำจากข้าวหมักยีสต์แดง Monascus purpureus
20 มีนาคม 2557 | ผู้ชม 1186 ครั้ง
EU กำหนดค่าสูงสุดของสารปนเปื้อน Citrinin ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทำจากข้าวหมักยีสต์แดง Monascus purpureus
ด้วย สหภาพยุโรปได้ออก Commission Regulation (EU) No 212/2014 เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2557 เพื่อแก้ไขระเบียบเดิม คือ Regulation (EC) No 1881/2006 โดยกำหนดค่าสูงสุด (Maximum levels) ของสารปนเปื้อน Citrinin ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Food supplements) ที่ทำจากข้าวหมักยีสต์แดง Monascus purpureus ซึ่งมีสาร Monacolin K ที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพว่าสามารถช่วยรักษาระดับโคเลสเตอรอลในเส้นเลือดให้เป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าว ผู้บริโภคจะต้องได้รับสาร Monacolin K ในปริมาณ 10 มิลลิกรัม/วัน นั่นคือจะต้องบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารข้าวหมักยีสต์แดง ขนาด 600 มิลลิกรัม จำนวน 4 – 6 แคปซูล เป็นประจำทุกวัน
สาร Monacolin K ถูกผลิตขึ้นโดยยีสต์แดง Monascus purpureus ในระหว่างกระบวนการผลิตข้าว-หมักยีสต์แดง หากแต่ว่ายีสต์แดงบางสายพันธุ์จะผลิตทั้งสาร Monacolin K ที่เป็นประโยชน์ และสาร Citrinin ที่นับว่าเป็นสารปนเปื้อน (Contaminant) เนื่องจากอาจเป็นพิษต่อไต(Nephrotoxicity) หากได้รับในปริมาณที่สูง เกินกำหนด
ทั้งนี้ ระเบียบฉบับนี้จะมีผลเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2557 และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 เป็นต้นไป โดยมีรายละเอียดข้อมูลและค่าสูงสุดของสารปนเปื้อน Citrinin ปรากฏ ดังตาราง
|
ชนิดสินค้าอาหาร
|
ค่าสูงสุด(µg/kg)
|
|
‘2.8
|
Citrinin
|
|
|
2.8.1
|
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ทำจากข้าวหมักยีสต์แดงMonascus purpureus
|
2,000 (*)
|
|
(*) ค่าสูงสุดดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาทบทวนอีกครั้งก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 หลังจากที่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสัมผัสสารCitrininจากสินค้าอาหารชนิดอื่นๆ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเกี่ยวกับความเป็นพิษของสารCitrininโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การก่อให้เกิดมะเร็ง(Carcinogenicity)และความเป็นพิษต่อหน่วยพันธุกรรม(Genotoxicity)’
|
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที
********************************
ที่มา: Official Journal of the European Union L 67/3, 7.3.2014
20 มีนาคม 2557