อียูแก้ไขบัญชีแนบท้ายระเบียบ REACH

24 เมษายน 2557 | ผู้ชม 311 ครั้ง

อียูแก้ไขบัญชีแนบท้ายระเบียบ REACH

  กรมการค้าต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม  2557  และวันที่ 2  เมษายน  2557  ว่าสหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบ Commission Regulation (EU)301/2014 of 25 March 2014 และ Commission Regulation (EU) 317/2014 of 27 March 2014แก้ไข Annex XVII ตามกฎระเบียบที่ Regulation (EU) No 1907/2006 เกี่ยวกับการจำกัดการผลิต การจำหน่าย และการใช้สารเคมี เคมีภัณฑ์ที่เป็นอันตราย หรือระเบียบ REACH เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ โดยมีผลเป็นกฏหมายในวันที่ 20 ภายหลังที่ประกาศลงใน Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 และวันที่ 28 มีนาคม 2557 ตามลำดับ) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. กฎระเบียบ Commission Regulation No (EU) 301/2014  ได้จำกัดการใช้สารประกอบ Chromium VI ที่อยู่ในเครื่องหนังหรือส่วนที่เป็นหนังของผลิตภัณฑ์ สิ่งของเครื่องใช้ที่จะสัมผัสกับผิวหนัง โดยจำกัดปริมาณความเข้มข้นของสารดังกล่าวในเครื่องหนังหรือผลิตภัณฑ์สิ่งของเครื่องใช้ที่มีหนังเป็นส่วนประกอบ ไม่เกินค่า threshold ที่กำหนดคือ ไม่เกินกว่า    3 มิลลิกรัม/กิโลกรัม (0.0003% โดยน้ำหนัก)ของปริมาณสารChromium VI ในน้ำหนักแห้งของหนัง และสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการประเมินความเสี่ยง(Committee for Risk Assessment: RAC) ว่าแก้ไขการจำกัด โดยให้ลดการสัมผัสผิวหนังโดยตรงและการสัมผัสเป็นระยะเวลานานและคณะกรรมการวิเคราะห์ด้านสังคมและเศรษฐกิจ(Committee for Socio-Economic Analsis: SEAC) เห็นว่าเป็นมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการกับความเสี่ยงในด้านสัดส่วนผลประโยชน์และความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจ

คณะกรรมาธิการฯ ได้แก้ไขภาคผนวกของกฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 1907/2006ให้เป็นไปตามภาคผนวกของกฎระเบียบ Commission Regulation No (EU) 301/2014 โดยมีผลเป็นกฎหมาย 20 วันหลังจากที่ประกาศใน Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 26 มีนาคม 2557) และมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1  พฤษภาคม  2558

2. กฎระเบียบ Commission Regulation No (EU) 317/2014 ได้ห้ามจำหน่ายสารที่จำแนกอยู่ในประเภทสารก่อเกิดมะเร็ง(carcinogens) สารก่อเกิดการกลายพันธุ์(mutagenic) และสารที่เป็นพิษต่อระบบสืบพันธ์(reproductive toxicant) หรือสาร CMR หมวด 1A หรือ 1B หรือสารผสมที่มีความเข้มข้นของสารในกลุ่มดังกล่าวเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ โดยสารที่เกี่ยวข้องนั้นถูกระบุรายการไว้ในภาคผนวก 1-6 ในAnnex XVII ในกฎระเบียบดังกล่าว

คณะกรรมาธิการฯ ได้แก้ไขภาคผนวกของกฎระเบียบ Commission Regulation (EC) No 1907/2006 ให้เป็นไปตามภาคผนวกของกฎระเบียบ Commission Regulation No (EU) 317/2014 โดยมีผลเป็นกฎหมาย 20 วันหลังจากที่ประกาศใน Official Journal (ประกาศ ณ วันที่ 28 มีนาคม 2557)และมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติในภาคผนวก 1 วันที่ 1 เมษายน 2557 ภาคผนวก 2 วันที่ 1   มกราคม  2558 และภาคผนวก 3 วันที่ 1  เมษายน 2559

  นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหภาพยุโรปเฉลี่ยปีละ 11,604 ล้านบาท (ปี 2554-2556) และในปี 2557 (ม.ค.-ก.พ) การส่งเคมีภัณฑ์ไปสหภาพยุโรปมีมูลค่า 2,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย รวมทั้งผู้ใช้สารเคมีในการผลิตสินค้าที่ส่งออกไปสหภาพยุโรป ควรศึกษากฎระเบียบดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของอียู เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/LexUriServ/LexUriServ.do?uri=OJ:L:2014:081:0001:0253:EN:PDF  

 

***********************************

24  เมษายน  2557


แบ่งปัน

Facebook Twitter