แคนาดาอนุญาตให้ใช้และจำหน่ายหลอดไฟฮาโลเจน ( Halogen )
25 เมษายน 2557 | ผู้ชม 559 ครั้ง
แคนาดาอนุญาตให้ใช้และจำหน่ายหลอดไฟฮาโลเจน ( Halogen )
ด้วย รัฐบาลแคนาดาได้แก้ไขมาตรฐานเกี่ยวกับประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานของหลอดไฟแบบธรรมดาที่ใช้กันทั่วไป (เช่น หลอดไฟขนาด 40/60/75 และ 100 วัตต์) โดยอนุญาตให้ใช้และจำหน่ายหลอดไฟฮาโลเจน (Incandescent halogen bulb) ภายในประเทศในเชิงพาณิชย์ได้ ซึ่งหลอดไฟดังกล่าวเป็นหลอดแบบมีไส้ชนิดเดียวกับที่วางจำหน่ายทั่วไปในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ หลอดไฟฮาโลเจนแบบ Standard-spectrum general service incandescent lamps และแบบ Modified-spectrum general service incandescent lamps โดยจะต้องเป็นหลอดไฟที่ผลิตตามมาตรฐานและข้อกำหนดสำหรับหลอดไฟฮาโลเจน ของสหรัฐฯ กล่าวคือต้องมีฟลักซ์การส่องสว่าง (luminous flux) และค่ากำลังไฟฟ้าที่ใช้ (Watts) ดังนี้
|
ชนิดหลอดไฟHalogen
|
ฟลักซ์การส่องสว่าง(luminous flux)
|
ค่ากำลังไฟฟ้าที่ใช้
(Watts)
|
วันที่มีผลบังคับใช้
|
|
Standard-spectrum general service incandescent lamps
Modified-spectrum general service incandescent lamps
|
310 - 749
750 - 1,049
1,050 - 1,489
1,049 - 2,600
232 - 562
563 - 787
788 - 1,117
1,118 - 1,950
|
≤ 29
≤ 43
≤53
≤72
≤ 29
≤ 43
≤53
≤72
|
1 มกราคม 2557
”……..”
1 มกราคม 2556
1 มกราคม 2555
1 มกราคม 2557
”……..”
”……..”
”……..”
|
ทั้งนี้ ภายใต้ระเบียบมาตรฐานสำหรับหลอดไฟฉบับเดิมปี 2551 ของแคนาดากำหนดว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 ไม่อนุญาตให้ใช้หลอดไฟฮาโลเจนขนาด 75 วัตต์ และ 100 วัตต์ และตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2557 ไม่อนุญาตให้ใช้หลอดไฟขนาด 40 วัตต์ และ 60 วัตต์
อย่างไรก็ดี รัฐบาลแคนาดาเชื่อว่าการปรับมาตรฐานหลอดไฟดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหรัฐฯ นั้นจะทำให้ผู้บริโภคแคนาดามีช่องทางเลือกสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ส่องสว่างเพิ่มมากขึ้น ลดภาระของภาคอุตสาหกรรมในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ รวมทั้งช่วยส่งเสริมนโยบายรัฐบาลในการปรับมาตรฐานของแคนาดาให้สอดคล้องกับมาตรฐานของสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลแคนาดาคาดว่าในปี 2568 (ค.ศ. 2025) แคนาดาจะสามารถประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมเป็นมูลค่าสุทธิระหว่าง 749 ล้าน ถึง 2.4 พันล้านเหรียญแคนาดา และจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 7.5 ล้านตันต่อปี จากการปรับใช้มาตรฐานดังกล่าว
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงพัฒนาสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที
**********************************
ที่มา: http:// www.hktdc.com/research.
25 เมษายน 2557