FDA สหรัฐฯ ขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้สีน้ำเงินธรรมชาติที่สกัดจากสไปรูลินา (Spirulina ) เป็นสีผสมอาหารได้
05 มิถุนายน 2557 | ผู้ชม 623 ครั้ง
FDA สหรัฐฯ ขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้สีน้ำเงินธรรมชาติที่สกัดจากสไปรูลินา (Spirulina ) เป็นสีผสมอาหารได้
องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (U.S. Food and Drug Administration : USFDA) ได้ปรับแก้ไขกฎระเบียบเกี่ยวกับสารเติมแต่งอาหารประเภทสี (Color Additive) เพื่อขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้สารสีน้ำเงินธรรมชาติที่สกัดจากสไปรูลินา (Spirulina extract) ที่ได้จากมวลชีวภาพแห้ง (Dried biomass) ของไซยาโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria Arthrospira platensis) เป็นสีผสมอาหารได้ จากเดิมที่ได้อนุญาตให้ใช้ในลูกอมและหมากฝรั่งแล้ว โดยได้ขยายขอบเขตของผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมถึง ฟรอสติ้ง (Frostings) ไอศรีมและขนมหวานแช่แข็ง สารเคลือบผิวและของแต่งหน้าขนมหวาน (Dessert coatings and toppings) เครื่องดื่มผสมและเครื่องดื่มชนิดผง (Beverage mixes and powders) โยเกิร์ต คัสตาร์ด พุดดิ้ง คอตเทจชีส (Cottage cheese) เจลาติน เกล็ดขนมปัง และธัญพืชพร้อมรับประทาน ยกเว้นธัญพืชชนิด Extruded cereals โดยปริมาณการใช้สารเติมแต่งดังกล่าวจะต้องสอดคล้องกับกฎเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติที่ดีในการผลิต (Good Manufacturing Practices: GMP) ทั้งนี้ระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป
อนึ่ง โดยทั่วไปปริมาณสีผสมอาหารที่ใช้ในอาหารจะถูกจำกัดด้วยการใช้งานอยู่แล้ว (Self – limiting) ดังนั้น US FDA จึงไม่ได้กำหนดขีดจำกัดสูงสุด (Specific upper limit) สำหรับการใช้สารไฟโคไซยานิน (Phycocyanin) ซึ่งก็คือสารสีน้ำเงินที่สกัดได้จากสไปรูลินาในอาหาร แต่ US FDA ได้กำหนดว่าสารสกัดดังกล่าวจะต้องไม่มีสารปนเปื้อน(Impurities) เจือปน ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติที่ดีในการผลิต (GMP) รวมทั้งสารดังกล่าวจะต้องไม่มีสารตะกั่วเจือปน > 2 mg/kg สารอาร์ซีนิก > 2 mg/kg และสารปรอท > 1 mg/kg และจะต้องไม่มีสารพิษไมโครซีสทิน (Microcystin toxin) เจือปน ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ US Federal Register/Vol.79, No.71/Monday, April 11, 2014 / Rules and Regulation, Page 20095-20098
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่าง ๆ ของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที
************************************
ที่มา: http:// www.hktdc.com
5 มิถุนายน 2557