ด้วย รัฐบาลเม็กซิโกได้แก้ไขกฎระเบียบการติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์และข้อกำหนดการโฆษณาสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นการป้องกัน/ควบคุมผู้บริโภคภายในประเทศจากโรคเบาหวาน นอกจากนั้นได้แก้ไข/อธิบายความเพิ่มเติมมาตรฐานข้อบังคับเดิมที่NOM-141-SSA1/SCFI-2012 เกี่ยวกับรายละเอียดการติดฉลากบนบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยมีรายละเอียดดังนี้
1. “ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์” จะต้องติดฉลากด้านหน้าของผลิตภัณฑ์และระบุรายละเอียดได้แก่ ปริมาณพลังงานเป็นแคลอรี่หรือกิโลแคลอรี่ (แสดงคำแนะนำในการบริโภคต่อวัน) และระบุรายละเอียดของไขมันอิ่มตัว/ไขมันอื่น ๆ/ปริมาณน้ำตาล/ปริมาณโซเดียม ในผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น แต่ข้อกำหนดฉบับนี้ยกเว้นผลิตภัณฑ์บางผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำดื่มเพื่อการบริโภคของมนุษย์, อาหารสำหรับทารกและเด็ก หมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล และลูกอมมิ้นท์ไม่มีน้ำตาล เป็นต้น สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 ส่วนเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
อย่างไรก็ดี กำหนดให้ผู้ผลิตมีระยะเวลา 10 ปีในการปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ กรณีที่เป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับนำมาใช้ใหม่ได้อีก โดยปีที่หนึ่งจะต้องนำบรรจุภัณฑ์ใหม่มาทดแทนของเก่าอย่างน้อย 10% สิ้นปีที่สอง 25% สิ้นปีที่สาม 40% สิ้นปีที่สี่ 60% และสิ้นปีที่ห้า 80%
2. “ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง” ได้มีการแก้ไข/อธิบายความเพิ่มเติมมาตรฐานข้อบังคับ NOM-141-SSA1/SCFI-2012 ที่ได้ใช้บังคับเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2555 เช่น กำหนดให้ระบุเป็นภาษาสเปนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในประเทศ ขนาดตัวอักษรภาษาสเปนในฉลากจะต้องมีขนาดเท่ากันหรือใหญ่กว่าตัวอักษรภาษาต่างประเทศ และจะต้องมีคำเตือนบนฉลากผลิตภัณฑ์แชมพูที่มีส่วนผสมทางเคมีสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี เป็นต้น โดยข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2558 เป็นต้นไป แต่ข้อกำหนดการติดฉลากนี้ยกเว้นสินค้าตัวอย่างของผลิตภัณฑ์โลชั่นและน้ำหอมที่มีขนาด ≤ 2 มิลลิลิตร
กรมการค้าต่างประเทศจะติดตามความเคลื่อนไหวการกำหนดมาตรฐานและการปรับแก้ไขมาตรการ/กฎระเบียบต่างๆของประเทศคู่ค้าของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะประสานเผยแพร่ข้อมูลให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตและปรับปรุงสินค้าให้ถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่ ประเทศคู่ค้ากำหนดได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://www.foodsafety.sgs.com/
*********************************
ที่มา: 1) http://www.foodsafety.sgs.com/
2) http://www.hk.sgs.com/
5 มิถุนายน 2557