อียูจำกัดสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นและยากันแมลง

19 มิถุนายน 2557 | ผู้ชม 308 ครั้ง

อียูจำกัดสารเคมีในผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นและยากันแมลง

กรมการค้าต่างประเทศ ได้รับแจ้งจากสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่  3   มิถุนายน   2557  ว่าสหภาพยุโรปได้ออกกฎระเบียบ  Commission Regulation (EU) 474/2014 of 8 May 2014   แก้ไข   Annex XVII  ตามกฎระเบียบที่  Regulation (EU) No 1907/2006  ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสาร  1,4-dichlorobenzene(DCB)   เพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ เนื่องจากเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งและมีคุณสมบัติทำให้ระคายเคืองตาและมีความเป็นพิษสูงและมีผลกระทบยาวนานต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำด้วย โดยมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายภายใน 20 วันหลังที่ประกาศลงใน Official Journal (ประกาศ           ณ วันที่ 9 พฤษภาคม 2557) สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

1. กฎระเบียบ Commission Regulation No (EU) 474/2014  ได้จำกัดการใช้สารประกอบ  1,4-dichlorobenzene (DCB)  ที่ใช้อยู่ในผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในอากาศ (air fresheners) ยากันแมลง (moth repellents) และผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในห้องน้ำ (toilet blocks)  โดยห้ามการวางจำหน่ายหรือห้ามการใช้สารดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสารหรือสารประกอบในสารผสมที่มีปริมาณความเข้มข้นของสารดังกล่าวเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 1 โดยน้ำหนักของผลิตภัณฑ์     ได้แก่   ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในอากาศหรือผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นในห้องน้ำที่ใช้ที่บ้าน สำนักงานหรือสถานที่สาธารณะ และสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการประเมินความเสี่ยง(Committee for Risk Assessment: RAC) และคณะกรรมการวิเคราะห์ด้านสังคมและเศรษฐกิจ(Committee for Socio-Economic Analsis: SEAC) เห็นว่าเป็นมาตรการที่เหมาะสมในการจัดการกับความเสี่ยงในด้านสัดส่วนผลประโยชน์และความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจ

2.  คณะกรรมาธิการฯ  ได้แก้ไขภาคผนวกของกฎระเบียบ  Commission Regulation (EC) No 1907/2006 ให้เป็นไปตามภาคผนวกของกฎระเบียบCommission Regulation No (EU) 474/2014 และกำหนดให้มีระยะเวลาปรับตัวเป็นเวลา  12  เดือนหลังจากที่มีผลเป็นกฏหมาย โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในทางปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1  มิถุนายน  2558

นายทิฆัมพร นาทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหภาพยุโรปเฉลี่ยปีละ  11,604  ล้านบาท (ปี 2554-2556) และในปี  2557 (ม.ค.-เม.ย)   มีการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหภาพยุโรป    มีมูลค่า 4,790 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย รวมทั้งผู้ใช้สารเคมีในการผลิตสินค้าที่ส่งออกไปสหภาพยุโรป ควรศึกษากฎระเบียบดังกล่าวให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของอียู เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถสืบค้นรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://eur-lex.europa.eu/Legel-content/EN/TXT/?uri=oj:jol 2014 136 R 0003  

 

************************************

19  มิถุนายน  2557


แบ่งปัน

Facebook Twitter