อียูปรับปรุงเพิ่มชื่อสารเคมีอันตรายและมีความน่ากังวลสูง (SVHCs) จำนวน 4 รายการ

31 กรกฎาคม 2557 | ผู้ชม 6022 ครั้ง

อียูปรับปรุงเพิ่มชื่อสารเคมีอันตรายและมีความน่ากังวลสูง (SVHCs) จำนวน 4 รายการ

  เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2557 หน่วยงานจัดการเคมีภัณฑ์ของสหภาพยุโรป (ECHA) ได้ปรับปรุงเพิ่มชื่อสารเคมีอันตรายและมีความน่ากังวลสูง (Substances of Very High Concerns: SVHCs) หรือ Candidate list จากจำนวน 151 รายการเป็น 155 รายการ โดยเพิ่มขึ้นจำนวน 4 รายการที่ต้องได้รับการจดแจ้ง(Notification)ก่อนนำมาใช้ เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็ง (Carcinogenic) และ/หรือสารที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ (Mutagenic) และ/หรือสารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์ (Toxic to Reproduction [CMR]) และอาจมีผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ โดยผู้ผลิต/ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารเคมีเข้าข่ายเป็นสารที่น่าเป็นห่วง(Substances of Very High Concerns; SVHCs) 4 รายการดังกล่าว จะต้องจดแจ้ง (notify)ให้ ECHA ทราบภายใน 6 เดือนหลังจากการประกาศรายชื่อ (เริ่มประกาศวันที่ 16 มิถุนายน 2557)กรณีส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ มีส่วนผสมของ SVHC ที่มีรายชื่อในบัญชีแต่ละตัวดังกล่าว มากกว่าร้อยละ 0.1 โดยน้ำหนัก และมีปริมาณสาร SVHC ที่นำมาใช้หรือนำเข้าในแต่ละรายการเดียวกัน รวมกันเกิน 1 ตันต่อปี เว้นแต่ได้เคยจดแจ้งการใช้งานสารดังกล่าวไว้แล้ว

ซึ่งจากนี้ไป คณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาเพิ่มรายชื่อสารฯ ดังกล่าวในบัญชีภาคผนวก 14 ของบัญชีรายชื่อสารเคมีที่ต้องขออนุญาตใช้งาน(Authorization List) ตามระเบียบ EU REACHรายชื่อสารเคมีฯ ดังนี้

1. Cadmium chloride เป็นสารก่อมะเร็ง สารที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ และเป็นสารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์

2. 1,2-Benzenedicarboxylic acid,dihexyl ester,branched and linear เป็นสารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์

3. Sodium peroxometaborate เป็นสารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์

4. Sodium perborate; perboric acid,sodium salt เป็นสารที่มีผลต่อการเจริญพันธุ์ของมนุษย์

นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหภาพยุโรปเฉลี่ยปีละ 11,604 ล้านบาท (ปี 2554-2556) และในปี 2557 (ม.ค.-พ.ค) มีการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหภาพยุโรปมีมูลค่า 6,344        ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 37  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการค้าส่งออก-นำเข้า ผู้ผลิต/        ผู้จำหน่าย รวมทั้งผู้ใช้สารเคมีฯ ดังกล่าวในการผลิตสินค้าควรเร่งหาสารอื่นทดแทน และหากยังมีความจำเป็นต้องใช้/จำหน่าย/ผลิตสารเหล่านี้ควรติดตามความคืบหน้าของการพิจารณานำสารฯ ทั้ง 4 รายการเข้าไว้ในบัญชีสารที่ต้องขออนุญาตก่อนใช้งาน ทั้งนี้สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  http://echa.europa.eu

********************************

31  กรกฎาคม  2557


แบ่งปัน

Facebook Twitter