สหภาพยุโรปทุ่มเงินเพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม

07 สิงหาคม 2557 | ผู้ชม 311 ครั้ง

สหภาพยุโรปทุ่มเงินเพื่อสนับสนุนโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม

  มื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ กรรมาธิการยุโรปได้มอบเงิน ๑ พันล้านยูโรให้แก่โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมจำนวน 19 โครงการ เพื่อต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อนภายใต้โครงการกองทุน NER 300      (new entrants’ reserve – NER) ซึ่งเป็นการระดมทุนจากรายได้การขายใบอนุญาตในการปล่อยก๊าซ     เรือนกระจก ภายใต้โครงการการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์(Emission Trading Scheme: ETS) โดยในแต่ละโครงการจะเป็นต้นแบบนวัตกรรมพลังงานทดแทนหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ พลังงานชีวภาพ (bioenergy) พลังงานการใช้ระบบรวมแสงอาทิตย์(concentrated solar power) พลังงานความร้อนใต้พิภพ (geothermal power)  พลังงานไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ (photovoltaics) พลังงานลม (wind power) พลังงานทางทะเล (ocean energy) โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (smart grid) และนวัตกรรมใหม่ล่าสุดคือ นวัตกรรมการจับคาร์บอนไดออกไซค์ที่เกิดจากการเผาไหม้และอัดกลับลงไปใต้ดิน (carbon capture and storage; CCS)

          กรรมาธิการยุโรปตั้งความหวังว่าทั้ง ๑๙ โครงการจะเป็นแม่แบบนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมและมีส่วนช่วยให้   สหภาพฯ พึ่งพาพลังงานน้อยลง นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ภาคเอกชนดำเนินรอยตามโครงการต้นแบบด้วยการขยายการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มอีกถึง ๙๐๐ ล้านยูโร ส่งผลให้การลงทุนในการใช้เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมของสหภาพฯ     มีมูลค่ารวมถึงเกือบ ๒ พันล้านยูโร ซึ่งจะช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการนำเข้าเชื้อเพลิงถ่านหินของสหภาพฯ ลดลงมากกว่า    ๑ พันล้านยูโรต่อวัน ทั้งนี้ การเพิ่มกำลังการผลิตด้านพลังงานทดแทนอันเกิดจากโครงการกองทุน NER 300 ทั้งในระยะแรก (๒๐ โครงการ) และระยะที่ ๒ (๑๙ โครงการ) จะก่อให้เกิดการว่าจ้างงานอีกหลายพันตำแหน่ง ทั้งในขั้นตอนการก่อสร้างโรงงานและขั้นตอนการดำเนินงาน

นางสาวบรรจงจิตต์  อังศุสิงห์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศได้กล่าวเพิ่มเติมว่าสหภาพยุโรปได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเป็นลำดับ รวมถึงการแก้ไขปัญหาโลกร้อนด้วยนวัตกรรมใหม่ ๆ เช่น                              การจับคาร์บอนไดออกไซค์ที่เกิดจากการเผาไหม้และอัดกลับลงไปใต้ดิน (carbon capture and storage; CCS)                      ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่น่าติดตาม เพราะสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง ๑.๘ ล้านตันต่อปี การพัฒนา             อย่างไม่หยุดนิ่งในการค้นคว้าวิจัยและเพิ่มกำลังการสร้างโรงงานพลังงานทางเลือกของสหภาพยุโรปทำให้ประเทศอื่น ๆ  เริ่มตื่นตัวเพื่อปรับการใช้พลังงานในรูปแบบอื่น ๆ สำหรับประเทศไทยสามารถเพิ่มศักยภาพ มาตรฐานการผลิต และมีความพร้อมในการป้อนชิ้นส่วนอุตสาหกรรมให้โรงงานพลังงานทางเลือกที่จะเกิดขึ้นอีกจำนวนมากทั่วโลก ทั้งนี้ผู้ประกอบการ   ที่สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่http://ec.europa.eu/clima/news/articles/news_2014070801_en.htm

 

*************************************

 

7  สิงหาคม  2557

แบ่งปัน

Facebook Twitter