สหรัฐอเมริกาแจ้งผลการประเมินความเสี่ยงของสารไตรคลอโรเอทีลีน (TEC)
14 สิงหาคม 2557 | ผู้ชม 376 ครั้ง
สหรัฐอเมริกาแจ้งผลการประเมินความเสี่ยงของสารไตรคลอโรเอทีลีน (TEC)
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2557 สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา(Environmental Protection Agency: EPA) ได้ประกาศผลการประเมินความเสี่ยงขั้นสุดท้ายของสารไตรคลอโรเอทีลีน(Trichloroethylene : TCE) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้เป็นตัวทำละลาย มีคุณสมบัติที่สามารถละลายไขมันได้ดี และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเมินจากคนงานที่สัมผัสสารดังกล่าวที่ใช้เป็นตัวทำละลาย หรือใช้ทำความสะอาดผิวโลหะในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หรือใช้ทำความสะอาดคราบไขมัน/น้ำมัน หรือใช้ในอุตสาหกรรมซักแห้ง เป็นต้น
สารไตรคลอโรเอทีลีน(TCE) เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์และเป็นอันตรายต่อระบบประสาทส่วนกลาง ไต ตับและระบบสืบพันธุ์เพศชาย ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและอาจทำให้เกิดความผิดปกติในการพัฒนาทารกในครรภ์ ตามข้อมูลผลการประเมินสุขภาพมนุษย์ของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ (EPA)
การประเมินความเสี่ยงขั้นสุดท้ายของสาร TCE จะนำไปสู่การบรรจุเป็นสารเคมีในบัญชีของกฎหมายควบคุมสารเคมีของสหรัฐอเมริกา (Toxic Substances Control Act : TSCA) ต่อไป โดยเมื่อวันที่ 29-30กรกฎาคม 2557 EPA ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้สารดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรม ซักแห้งและการทำความสะอาดแบบใช้เป็นสเปรย์ฉีดพ่น ซึ่งได้แนะนำให้คนงานใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของสารดังกล่าวด้วยความระมัดระวัง โดยฉีดพ่นในพื้นที่โล่งแจ้ง หรือในพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก และสวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยง ซึ่งการพิจารณาดำเนินการดังกล่าวเกิดจากการรายงานของ EPA ในช่วงปลายปี พ.ศ.2555 ถึง พ.ศ.2556 พบว่าพนักงานในส่วนสถานีดาวเทียมของ บริษัท กูเกิล ได้สัมผัสสาร TCE ที่มีความเข้มข้นสูงเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยของมนุษย์ จนทำให้เกิดการทุพพลภาพ เนื่องจากระบบถ่ายเทอากาศใช้การไม่ได้ เป็นต้น ทั้งนี้ หลังจากประกาศใช้กฎหมาย ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย หรือ ผู้นำเข้าสารเคมี/ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีดังกล่าว จะต้องยื่นสำแดงข้อมูลสารเคมีดังกล่าวแก่ EPA ก่อนการผลิต/จำหน่าย หรือนำเข้า
จากข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ไทยมีมูลค่าการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหรัฐอเมริกาเฉลี่ยปีละ 5,266 ล้านบาท (ปี 2554-2556) และในปี 2557 (ม.ค.-มิ.ย) มีการส่งออกเคมีภัณฑ์ไปสหรัฐอเมริกา มีมูลค่า 3,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการค้าส่งออก-นำเข้า ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย รวมทั้งผู้ใช้สารเคมีฯ ดังกล่าวในการผลิตสินค้าควรเร่งหาสารอื่นทดแทน และหากยังมีความจำเป็นต้องใช้/จำหน่าย/ผลิตสารเหล่านี้ควรติดตามความคืบหน้าของการพิจารณานำสารดังกล่าว เข้าไว้ในบัญชี TSCA ที่ต้องขออนุญาตก่อนใช้งาน ทั้งนี้สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.epa.gov
*****************************
14 สิงหาคม 2557